วันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2557

เชดแลนด์ชิพด๊อก (Shetland Sheepdog)

เชดแลนด์ชิพด๊อก (Shetland Sheepdog)
แข็งแรง สง่างาม


ลักษณะทั่วไป
     เป็นสุนัขที่มีความกระตือรือล้นสูง มีความแข็งแรงมาก เพราะมีคุณลักษณะในแบบสุนัขดูแลแกะ เป็นสุนัขที่มีความเฉลียวฉลาด เชดแลนด์ชิพด๊อกอาจจะเรียกได้ว่าเป็นคอลลี่รุ่นเล็ก คนยาวปานกลาง แลดูสวยงาม ขนหนา รูปร่างดูปราดเปรียวว่องไว เหมาะกับเป็นน้องหมาต้อนแกะ


ความเป็นมา
     เป็นการผสมกันระหว่างสุนัขพันธุ์คอลลี่ (Collie) กับสุนัขสายพันธุ์ดั้งเดิมที่อาศัยอยู่บนเกาะเซทแลนด์ที่เป็นกลุ่มสายพันธุ์สปิตซ์ (Spitz Type) และมีส่วนผสมของสายพันธุ์ ไอซ์แลนด์ดิก ชีพด็อก สำหรับ สุนัข เชทแลนด์ ชีพด็อก ตัวแรกที่ได้ขึ้นทะเบียนกับสมาคมสุนัข ประเทศอังกฤษ ในปี 1909 เป็นสุนัขเพศเมีย ชื่อ Badenock Rose และ เชทแลนด์ ชีพด็อก ตัวแรกที่ได้ขึ้นทะเบียนกับสมาคมสุนัข ประเทศอเมริกา ในปี 1911 คือ Lord Scott

 ลักษณะนิสัย
     มีความเฉลียวฉลาด รักเด็ก มีความรับผิดชอบ มีสัญชาตญาณที่ดี ซื่อสัตย์ ชอบความสงบ สามารถฝึกได้โดยง่าย ไม่ใส่ใจกับคนแปลกหน้าโดยจะแสดงอาการไม่ใส่ใจ ร่าเริง วิ่งเร็วและกระโดดเก่ง


 การดูแล
     พาไปออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่ต้องอาบน้ำบ่อย แต่ถ้าอยู่ในเมืองไทย ออกกลางแจ้งบ่อยๆ ก็ควรอาบ 1ครั้งต่อ 1-2 สัปดาห์ สิ่งที่สำคัญมากที่สุดสำหรับการดูแลสุขภาพขนคือการแปรงขนเป็นประจำทุกวัน เพื่อป้องกันขนพันกัน ติดเป็นสางกะตัง 

 ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม
     ผู้ที่ต้องการเลี้ยง เชดแลนด์ชิพด๊อกควรมีบ้านที่มีอาณาบริเวณ มีรั้วรอบขอบชิดให้พวกเขาได้วิ่งเล่น เพราะพวกเขาเคยเป็นน้องหมาต้อนเก็บมาก่อน ธรรมชาติจะชอบอยู่อย่างอิสระ มีพื้นที่ให้ได้วิ่งไปมา นอกจากนี้ผู้ต้องการเลี้ยงพวกเขาควรเวลาดูแลเรื่องขนให้แก่เขาเป็นประจำทุกวัน พาไปตัดแต่งทรงขน ทำความสะอาดหู เล็บเท้า เพื่อให้พวกเขาเป็นสุนัขที่สวยงาม สุขภาพดี


มาตรฐานสายพันธุ์
ขนาด ส่วนสูง  13-16 นิ้ว น้ำหนัก 6-11.5 ปอนด์ 

ศรีษะ มองจากด้านบนหรือด้านล่างมีลักษณะแบบลิ่ม

ฟัน ฟันขาวสะอาด ขากรรไกรแข็งแรง มีลักษณะฟันแบบขบกรรไกร

ปาก กระบอกปากยาวแหลม ริมฝีปากดำ กระชับชุ่มชื้น

ตา ขนาดปานกลาง คล้ายเม็ดอัลมอนด์ มีสีดำ สีฟ้า

หู เล็ก ตั้งสูง หักปลายและนิ่ม

จมูก ต้องมีสีดำ 

คอ คอตั้งตรง และได้สัดส่วนกับบ่าถึงช่วงลำตัว อกลึก และได้สัมพันธุ์ กับข้อศอก เพื่อความสวยงามในการเดิน

อก อกลึก ซี่โครงขยายกำลังดี

ลำตัว ลำตัวได้ระดับ ท้องจะโค้งขึ้นเล็กน้อย ลำตัวค่อนข้างยาวกว่าช่วงขา หลังแข็งแรง

เอว -

ขาหน้า กระดูกค่อนข้างใหญ่ ขาหน้าตรง ข้อเท้าสั้น มองทางด้านหน้าขาจะขนานกันและห่างกันพอสมควร

ขาหลัง ขาหลังแข็งแรง ช่วงต้นขายาวกว่าช่วงท่อนขาล่าง ซึ่งตรง แข็งแรง มองจากด้านหลังขนานกันทั้ง 2 ข้าง

หาง ควรจะยาวมากพอ เวลาสุนัขตื่นตัวหางจะชูขึ้น

ขน ยาวปานกลาง ขน 2 ชั้นหนาฟู ทั่วทั้งตัว ยกเว้นบริเวณใบหน้า  

สีขน สีมีหลากสีแต่มีสีหลัก คือ sable&white,black


 ข้อควรจำ       
      เชดแลนด์ชิพด๊อกต้องระวังเรื่องโรคสะบ้าเคลื่อน โรคสะโพกเคลื่อน หูอักเสบ โรคต่างๆ เกี่ยวกับดวงตา และอาจจะต้องระวังสำหรับบางตัวที่อาจมีอาการเลือดหยุดออกยาก จึงควรระวังเรื่องการเคลื่อนที่ของพวกเขา ทำความสะอาดหูอย่างสม่ำเสมอ ควรพาน้องหมาไปตรวจสุขภาพเป็นประจำ หากมีอะไรผิดปกติควรไปพบแพทย์


ที่มา:
en.wikipedia.org/wiki/Shetland_Sheepdog,
นิตยสาร Thailand Pet Journal,www.orkennel.com

ภาพประกอบ :

commons.wikimedia.org
www.dailypuppy.com

ชิสุ (Shih-Tzu)

ชิสุ (Shih-Tzu)
ตัวเล็ก อดทน แข็งแรง และมีเสน่ห์


ลักษณะทั่วไป 
     ชิสุเป็นสุนัขที่แข็งแรง ร่าเริง กระตือรือร้น บรรพบุรุษเป็นสุนัขของชนชั้นสูงในจีน จึงมีลักษณะสง่างาม หัวเชิด หางโค้งงอมาถึงหลัง ถึงแม้จะมีขนาดแตกต่างกันแต่โดยทั่วไปชิสุจะต้องตัวเล็กกะทัดรัด กระนั้นก็ไม่ถึงกับบอบบาง ต้องมีสุขภาพดีและมีโครงสร้างที่ได้มาตรฐาน

ความเป็นมา
     ชิสุ ชื่อของสุนัขพันธุ์นี้มาจากภาษาจีน แปลว่า สุนัขสิงโตเป็นสุนัขในสามสายพันธุ์ชั้นสูง พวกเดียวกับปักกิ่งและปั๊ก เป็สุนัขที่หรูหราที่สุดจากจักรพรรดิจีน โดยกล่าวว่าพระทิเบตมอบสุนัขพันธุ์ชิสุให้จักรพรรดิจีนเป็นของกำนัล สุนัขพันธุ์นี้เป็นที่รู้จักนอกอาณาจักรจีนตั้งแต่ปี ค.ศ. 1903 เริ่มจากอังกฤษ ฝรั่งเศส ชิสุเป็นสุนัขตัวเล็กขนยาว เจ้าเสน่ห์มีหางไม่ยาวนักยกสูงขึ้นเหนือหลัง ขนที่หัวมักจะโดนรวบขึ้นแล้วผูกโบว์สีแดงดูสะดุดตามาก มีท่วงทำนองการเดินสูงศักดิ์แบบขุนนาง แต่ลักษณะการเห่าของชิสุจะมีความเป็นเฉพาะตัวอย่างมาก เนื่องจากส่วนใหญ่มันจะเห่าทักทายด้วยเสียงใหญ่ดังน่ากลัวมากตลอดเวลาจนกว่าเจ้าของจะปรามถ้าเป็นแบบทีคัพก็จะยังดังอยู่มากด้วย


ลักษณะนิสัย
     ปกติชิสุจะมีนิสัย ดุ เห่าเก่งมากและดังมากดูจะเป็นสุนัขอารมณ์ศิลปินซะด้วย หลายครั้งที่พบว่ามันจะไม่เชื่อฟังเจ้าของถ้ามันไม่อยากทำซะอย่าง ขี้ประจบ ตื่นตัว รักษาสะอาด เป็นมิตร ทำให้ปรับตัวได้ดี ชิสุชอบวิ่งและรักความสนุกซึ่งเจ้าของจำเป็นจะต้องพามันออกไปวิ่งออกกำลังกายบ้าง


การดูแล  
     ชิสุเป็นสุนัขที่เหมาะจะเลี้ยงไว้ในบ้าน ผู้เลี้ยงควรจูงเขาเดินเล่นเป็นประจำวัน ควรอาบน้ำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และเป่าขนให้แห้งทันทีหลังจากที่อาบน้ำเสร็จ กำจัดเห็บหมัดอย่างสม่ำเสมอ และเมื่อขนของชิสุ ยาว ผู้เลี้ยงควรพาไปตัดแต่งขนและดเล็บอย่งสม่ำเสมอ ส่วนอาหารนั้นผู้เลี้ยงควรให้อาหาร 2 ครั้งต่อวัน ควรให้อาหารตรงเวลา และอาหารที่ให้ควรเป็นอาหารเม็ดมากกว่าอาหารกระป๋อง เพราะชิสุมีขนยาว หากให้กินอาหารกระป๋องจะทำให้เลอะและมีกลิ่นปากได้ ด้านการดูแลสุขภาพผู้เลี้ยงควรพาชิสุไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคสุนัขบ้าและวัคซีนอื่นๆ ตามตารางที่สัตว์แพทย์ได้กำหนด และควรดูแลสุนัขอย่างใกล้ชิด ไม่ควรปล่อยให้อยู่ในบ้านตัวเดียวนานๆ เพราะสุนัขอาจมีอาการซึมเศร้าได้

 ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม
     ชิสุ มีบุคลิกกระฉับกระเฉง สามารถให้ความรักกับสุนัขได้ มีเวลาในการดูแลเอาใจใส่ เช่น เล่น แปรงขน ฝึกให้เข้าสังคม เป็นต้น ไมม่จำเป็นต้องมีพื้นที่กว้าง สามารถอยู่ได้ที่อพาร์ตเม้นท์ แต่ควรจะมีเวลาพาไปออกกำลังกาย เผาผลาญพลังงาน ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง และให้ได้มีโอกาสพาออกไปรู้จักสังคม จะได้ไม่ดุ และอารมณ์ฉุนเฉียวง่ายเมื่อพบเจอคนแปลกหน้า 


 มาตรฐานสายพันธุ์

ขนาด ความสูงวัดจากพื้นถึงแนวหลังคือ 9 - 10.5 นิ้ว ไม่ต่ำกว่า 8 นิ้ว และไม่เกิน 11 นิ้ว น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ควรอยู่ระหว่าง 9 - 16 ปอนด์  

ศรีษะ กลม กว้าง มีขนาดพอดีกับลำตัว

ฟัน มีขนาดสั้น ปากไม่แหลม ไม่มีรอยย่นของผิวหนังรอบปาก

ปาก ต้องขบสนิท เรียบ ฟันล่างขบฟันบนเล็กน้อย ขบแบบเสมอ หรือ UNDERSHOT เล็กน้อย อย่าให้ฟันบนเกยฟันล่างเด็ดขาด

ตา ใหญ่ กลม ไม่ปูดโปน ตั้งอยู่ห่างกัน มองตรงไปข้างหน้า ดวงตาสีดำสนิท ยกเว้นชิห์สุที่มีสีเหลืองหรือสีน้ำเงินอาจมีสีตาอ่อนลงได้

หู ใหญ่ ตั้งอยู่ต่ำกว่าขอบข้างของกะโหลกเล็กน้อย มีขนหนา

จมูก สีดำ เงาเป็นมัน

คอ เชื่อมต่ออยู่กับช่วงไหล่อย่างสวยงาม มีความยาวเหมาะสมพอที่จะยกหัวขึ้นและดูสง่างามได้ นอกจากนี้ยังต้องยาวสมดุลกับความยาวและความสูงของลำตัว

อก กว้างและลึก ไหล่ดูมั่นคงแข็งแรง แผ่นหลังตรงได้สัดส่วน

ลำตัว สั้น หนา ไม่มีเอวหรือส่วนเว้าที่ช่วงเอว มีสัดส่วนความยาวมากกว่าความสูงเล็กน้อย ข้อบกพร่อง

เอว -

ขาหน้า ตรง กระดูกแข็งแรง มีกล้ามเนื้อ วางอยู่ใต้อกและห่างกันพอดี ข้อศอกอยู่ชิดกับลำตัว

ขาหลัง ตรง กระดูกแข็งแรง มีกล้ามเนื้อ เมื่อมองจากด้านหลังไม่อยู่ชิดกันเกินไป ควรอยู่ในแนวเดียวกับขาหน้า

หาง ตั้งอยู่สูง มีขนยาว หนา หางงอโค้งขึ้นไปบนหลัง

ขน มีขนหนาสองชั้น ขนยาวสลวย อาจหยิกเป็นคลื่นได้เล็กน้อย ขนที่หัวยาวต้องผูกจุกรวบไว้ ข้อบกพร่อง ขนบาง มีขนชั้นเดียว ขนหยิก   

สีขน มีสีและลายอย่างไรก็ได้ 


ข้อควรจำ
     ชิสุมีปัญหาเรื่องโรคผิวหนังได้ง่าย ควรใช้แชมพูสำหรับแพ้ง่าย ไม่ควรใช้แชมพูของคนเด็ดขาด ควรแปรงขนเป็นประจำทุกวันเพื่อขจัดขนที่ตายแล้ว รวมทั้งรังแค นอกจากนี้ชิสุยังมีโรคประจำสายพันธุ์คือ โรคหลอดลมตีบ โรคตาแห้ง โรคเชอร์รี่อาย และ โรคหูอักเสบ หากพบมีว่าผิวหนังมีอาการผิดปกติควรปรึกษาสัตวแพทย์

ภาพประกอบ:
http://www.wallpaperswala.com/shih-tzu/
http://quezoncity.olx.com.ph/shih-tzu-puppies-100-pure-breed-iid-465583299
http://www.tumblr.com/tagged/shih%20tzu%20puppy


ชิวาวา (Chihuahua)

ชิวาวา (Chihuahua)
น้องหมาตัวจิ๋ว ขนาดกะทัดรัด ฉลาดและร่าเริง


ลักษณะทั่วไป
     ชิวาวา เป็นสุนัขขนาดเล็ก ถือว่าตัวเล็กที่สุดในโลก!! หูมีขนาดใหญ่ ดวงตากลมโต เหมาะที่จะใช้เลี้ยงเป็นเพื่อน ชอบออกไปเดินเล่นกับเจ้าของ เห่าเสียงดัง ค่อนข้างติดเจ้าของและไม่ทำลายข้าวของ


 ความเป็นมา
     ชิวาวาหรือเจ้าชิวาว่ามีต้นกำเนิดที่ประเทศเม็กซิโก ชาวพื้นเมืองนิยมเลี้ยงเพราะมีความเชื่อถือในเรื่องโชคลางต่างๆ จนถึงขั้นมีการนำชิวาวาไปใช้ในพิธีบูชายันต์!!


 ลักษณะนิสัย
     ชิวาวาเป็นสุนัขมีความฉลาดและจงรักภักดีต่อเจ้าของมา กเมื่อเทียบกับสุนัขพันธุ์อื่นๆ โดยปกติมักเป็นสุนัขที่เงียบสงบไม่ค่อยเห่าส่งเสียงร บกวน เว้นแต่จะถูกรบกวนหรือทำตกใจจึงจะเห่าเพื่อรักษาที่อ ยู่อาศัยของตัวเอง นอกจากนี้ยังมีนิสัยกล้าหาญมักจะยืนหยัดต่อสู้กับสุนัขตัวอื่นๆ ไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็กกว่า แต่ก็มีอัธยาศัยที่ดีกับสุนัขตัวอื่นหรือสัตว์เลี้ยง ชนิดอื่นๆ

 การดูแล 
     วงอายุที่ต้องการเอาใจใส่มากที่สุดในการเลี้ยงชิวาวาเพราะสุนัขจะตายมากที่สุดคือช่วงอายุระหว่าง 2-3 เดือน เนื่องจากวัยนี้เป็นช่วงที่สุนัขเพิ่งเริ่มอดนมใหม่ๆ ซึ่งหากลูกสุนัขกินอาหารอะไรที่ผิดไปเพียงนิดเดียว ก็จะส่งผลให้สุนัขท้องเสียได้ โดยถ้าสุนัขตัวไหนไม่มีภูมิต้านทานได้รับเชื้อก็อาจจะถึงตายได้เหมือนกัน แต่หลังจากช่วงอายุ 2-3 เดือนไปแล้ว ก็สามารถที่จะเอาใจใส่น้อยลงได้

     แล้ววิธีสังเกตง่ายๆ ว่าสุนัขมีอาการผิดปกตินั้นให้สังเกตจากการที่สุนัขไม่ค่อยกินข้าวหรือกินข้าวน้อยลงก็ขอให้สงสัยไว้ก่อนว่าสุนัขกำลังจะไม่สบาย และส่วนการให้อาหารนั้นผู้เลี้ยงสามารถเลือกซื้ออาหารสุนัขสำเร็จรูปที่มีจำหน่ายอยู่ตามท้องตลาดมาให้กับสุนัขกินได้เพียงแต่เลือกให้เหมาะสมกับสุนัขเท่านั้น

     ในเรื่องของการออกกำลังกาย ผู้เลี้ยงสามารถปล่อยให้ชิวาวาไปออกกำลังกายได้เองภายในสวนหรือพื้นที่จำกัด แต่ชิวาวาชอบที่จะออกไปเล่นกับเจ้าของมากกว่า

     ส่วนเรื่องสุขภาพนั้นโรคที่จะเกิดขึ้นกับชิวาวาก็จะเหมือนกับสุนัขพันธุ์อื่นทั่วๆ ไป ซึ่งโรคที่พบบ่อยคือ โรคลำไส้อักเสบกับไข้หัด สาเหตุของโรคทั้งสองเป็นโรคติดต่อซึ่งหากสุนัขตัวไหนไม่มีการฉีดวัคซีนแล้วไปถูกเชื้อเข้าก็จะติดต่อได้


 ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม
     ผู้เลี้ยงชิวาวาต้องมีเวลาพาสุนัขไปออกกำลังกายบ่อยๆ เพื่อควบคุมน้ำหนัก และต้องมีความรอบคอบในการดูแลสุนัข เนื่องจากชิวาวาเป็นสุนัขพันธุ์เล็กหากผู้เลี้ยงไม่มีความระมัดระวังอาจจะเผลอถอยรถเหยียบหรือพลัดหล่นจากมือตกลงมาตายหรือกัดสายไฟถูกไฟช๊อตตายได้ ดังนั้นการป้องกันอุบัติเหตุที่ดีที่สุดคือการใส่สุนัขไว้ในกรงตลอดเวลา




 มาตรฐานสายพันธุ์

ขนาด ตัวเล็ก ขนาดกะทัดรัด  

ศรีษะ หัวกะโหลกกลม แก้มค่อนข้างเล็ก

ฟัน ขาว แข็งแรง ขบแบบกรรไกร

ปาก กระปอกปากเล็ก ยาวกำลังพอดี ริมฝีปากสีดำ กระชับ

ตา ตากลมโต

หู หูมีขนาดใหญ่ ใบหูตั้งและที่หูมีขนยาว

จมูก สีดำ หรือ สีน้ำตาล ขึ้นอยู่กับสีขน

คอ คอกลม หัวไหล่เล็ก ถ้าพันธุ์ขนยาวจะมีขนดก

อก อกกว้างพอดีกับช่วงตัว  รับกับช่วงคอได้ดี

ลำตัว ความยาวของตัวยาวกว่าความสูง หลังตรง

เอว -

ขาหน้า ขาหน้าตรง ขนานกัน มีกล้ามเนื้อกำลังพอดี  

ขาหลัง ขาหลังตรงไม่บิด ห่างกันพอเหมาะเท้าเล็ก นิ้วเท้าเรียงชิด เล็บค่อนข้างยาว

หาง หางค่อนข้างยาว โค้งเหมือนเคียว บางตัวอาจจะม้วนหางยกสูง

ขน ชนิดขนสั้น ค่อนข้างนุ่มและสั้นทั่วทั้งตัว ชนิดขนยาวจะยาวเป็นพิเศษตรงบริเวณหู อก ลำตัว

สีขน มีหลายสี และสีสม่ำเสมอทั้งตัว แต่อาจจะจางๆเป็นบางส่วน


ข้อควรจำ
     ระวังอย่าให้ศีรษะได้รับการกดหรือการกระแทก เพราะน้องชิวาวามีความเสี่ยงที่กระโหลกหน้าผากจะปิดไม่สนิทแม้จะอยู่ในช่วงโตเต็มวัย นอกจากนี้ ฟันของชิวาวามักมีหินปูนจับบ่อย จึงต้องพาไปหาสัตวแพทย์ ปีละ1-2ครั้ง


ที่มา :
www.pedigree.co.th / www.petloversclub.com / http://en.wikipedia.org

ภาพประกอบ :
http://www.dogbreedinfo.com/chihuahua.html
http://all-dog-breed-information.blogspot.com/2011/10/chihuahua.html
http://bunkblog.net/dog-breeds/chihuahua/chihuahua-temperament

ชาเป่ย (Sharpei)

ชาเป่ย (Sharpei)
สุขุม ซื้อสัตย์ และน่ารัก


 ลักษณะทั่วไป
     ชาเป่ยเป็นสุนัขขนาดกลาง รูปร่างคล้ายกับฮิปโปโปเตมัส ขนสั้น ลักษณะภายนอกที่เห็นแล้วระบุได้ชัดเจนว่า “เจ้าคือชาเป่ย” ก็คือหนังยับๆย่นๆ ปกคลุมบริเวณส่วนศีรษะและลำคอ แต่รอบย่นพวกนี้จะหายไปเมื่อมีอายุมากขึ้น


 ความเป็นมา 
     สุนัขพันธุ์ชาเป่ยชาร์ไป่ เป็นสุนัขที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน เป็นสายพันธุ์พื้นเมืองที่เกิดจากหมู่บ้านเล็กๆ เมืองไต้ลี่ มณฑลกวางตุ้ง และมีชีวิตอยู่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 20 ในตอนใต้ของประเทศจีน สมัยราชวงศ์ฮั่น 

     และชื่อ ชาเป่ย หมายความว่า ผิวของดิน แต่ก็มีการตีความผิดไปว่า ผิวของกระดาษทราย หรือผิวหนังที่หยาบกร้านคล้ายกระดาษทราย จากการตีความหมายนี้ได้กลายเป็นคุณสมบัติเฉพาะของสุนัขพันธุ์ชาเป่ย ที่มีผิวหนังคล้ายสีของพื้นดิน น้ำตาลบ้าง ดำ-น้ำตาลบ้าง แต่ทุกสีจะมีลักษณะเดียวกันคือ ขนสั้น

     ทั้งนี้ มีการสันนิษฐานว่า ชาเป่ย น่าจะเกี่ยวโยงกับเชา เชา เพราะมีลักษณะร่วมกัน คือมีลิ้นสีน้ำเงินเข้ม หรือม่วง เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุด และถึงกับเคยถูกบันทึกให้เป็นสุนัขที่หายากที่สุดมาแล้ว แต่ปัจจุบันได้มีการเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย แต่เดิม ชาเป่ย ไม่ได้หน้าตาแบบที่เราๆ เห็นกัน เพราะกว่าเราจะได้เห็นหมาย่นเหมือนผ้าห่มไปทั้งตัวอย่างนี้ ก็ผ่านการพัฒนาสายพันธุ์มาเป็นะระยะ โดย ชาเป่ย เริ่มจากการเป็นหมาชาวบ้านชาวเมืองทั่วไป เฝ้าบ้าน เฝ้าไร่นาเรือกสวน ชาเป่ย ถูกพัฒนาในด้านความฉลาด และพละกำลัง หลังจากนั้น ชาเป่ยก็ถูกจับไปใช้ในการแข่งขัน คือเอามาต่อสู้กัน ตอนนี้เองที่เอกลักษณ์โดดเด่นของชาเป่ย ได้ถูกพัฒนาขึ้นมา นั่นก็ความยับย่นทั่วตัว ซึ่งว่ากันว่าเกิดขึ้นเพื่อช่วยไม่ให้ถูกคู่ต่อสู้งับไว้ได้ง่ายๆ 



 ลักษณะนิสัย
     ชาเป่ยเป็นสุนัขที่ฉลาดและค่อนข้างมีมาดพอสมควร ดูสุขุม นิ่งๆ ไม่ค่อยเป็นทั้งมิตรกับคนแปลกหน้าและสุนัขตัวอื่นๆ แต่มีความซื่อสัตย์กับเจ้าของสุดๆ และที่สำคัญชาเป่ยมีความสามารถในการเฝ้าบ้านเป็นอย่างมาก เชื่อฟังคำสั่งและชอบประจบเจ้าของ ไม่ชอบใช้ความรุนแรงหรือคอยหาเรื่องกับสุนัขตัวอื่น แต่จะสู้ไม่ถอยเมื่อโดนรังแก


 การดูแล
     ในเรื่องของการให้อาหารนั้น ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ผสมสีสังเคราะห์ (ไม่ใช่สีผสมอาหาร) วัตถุกันเสียและเนื้อแดง หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ทำจากข้าวโพดและถั่วเหลือง เพราะอาจทำให้เกิดภูมิแพ้ได้ ส่วนในเรื่องของความสะอาดนั้น สุนัขชาเป่ยเป็นสุนัขที่ต้องการความสะอาดเป็นอย่างมาก เพราะชาเป่ยมีเหงื่อเยอะต้องหมั่นอาบน้ำให้สะอาดอยู่เสมอๆ และต้องคอยดูแลเรื่องการสะสมของสิ่งสกปรกในหูที่จะทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวกการที่จะเลี้ยงสุนัขชาเป่ยให้มีสุขภาพดีได้นั้น ผู้เลี้ยงจะต้องพาไปฉีดวัคซีน ถ่ายพยาธิ ดูแลเรื่องเห็บหมัดอย่างสม่ำเสมอ


 ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม
     สุนัขชาเป่ยเหมาะสำหรับผู้เลี้ยงที่ต้องการสุนัขที่ซื่อสัตย์กับเจ้านายเพียงคนเดียว ทั้งนี้ผู้เลี้ยงจะต้องเข้าใจอุปนิสัยของสุนัข ต้องมีเวลาในการดูแลเรื่องของความสะอาด และต้องเข้าใจถึงการแสดงออกของสุนัขด้วย


 มาตรฐานสายพันธุ์

ขนาด สูงประมาณ 18-20 นิ้ว หนัก 22.5 - 30 กิโลกรัม

ศรีษะ หัวค่อนข้างโต แต่ไม่มากเกินไป บริเวณหน้าผากมีรอยย่นชัดเจน

ฟัน มีความแข็งแรง ขบแบบกรรไกร

ปาก ริมฝีปากดำ หรือน้ำตาลเข้ม ปากบนย่นห้อยลงมาปิดปากล่าง

ตา ดวงตาคล้ายเมล็ดอัลมอลต์ แววตาดูเศร้าหม่นๆ สีนัยน์ตาจางๆ

หู หูมีลักษณะเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมและพับลง

จมูก จมูกสีดำ หรือ สีอิฐ (สีชมพูผสมสีดำ)

คอ ลำคอมีความยาวพอดีสมส่วนกับลำตัว มีรอยยับย่นรอบลำคอ

อก กว้าง ลึก 

ลำตัว ลำตัวเป็นทรงสีเหลี่ยม ผิวหนังย่น มีส่วนสูงน้อยหว่าความยาวของลำตัวเล็กน้อย

เอว -

ขาหน้า ขาหน้าหนา ตรงแข็งแรง มั่งคง 

ขาหลัง ขาหลังส่วนต้นขาถึงขาท่อนล่างจะยาวกว่าจากขาท่อนล่างถึงข้อเท้า ขาท่อนล่างทั้ง 2 ข้างขนานกัน

หาง หางตั้งสูง

ขน ขนดกและสั้นมาก

สีขน มีเกือบทุกสี


ข้อควรจำ
     ชาเป่ยเป็นสุนัขที่มีน้ำลายเยอะมาก ดังนั้นต้องทำใจไว้ก่อนว่าจะเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านจะต้องเต็มไปด้วยน้ำลายของชาเป่ย


ที่มา :
http://th.wikipedia.org / www.pedigree.co.th

ภาพประกอบ :
http://www.dogjing.com/cute-shar-pei-puppies/shar-pei-dog-puppies-photo-and-wallpaper-beautiful-shar-pei-dog/
http://photobabycontest.com/shar-pei-puppies-wide-wallpapers.html
http://www.valdaro.co.uk/

ชเนาเซอร์ (Schnauzer)

 ชเนาเซอร์ (Schnauzer)
หมามีคิ้ว รักบ้าน รักเจ้าของ และรักเด็ก



ลักษณะทั่วไป
     ชเนาเซอร์มีถึง 3 สายพันธุ์ คือ ไจแอนท์ ชเนาเซอร์ สแตนดาร์ดชเนาเซอร์ และ มินิชเนาเซอร์ เป็นสุนัขที่มีเอกลักษณ์ประจำตัวคือ มีคิ้ว มีหนวด ดูน่าเกรงขามและดุ แต่ตรงกันข้ามเป็นสุนัขที่รักบ้าน และเจ้าของมากๆ เป็นมิตรกับคนด้วยโดยเฉพาะเด็กๆ


 ความเป็นมา
   ชเนาเซอร์สุนัขพันธุ์เก่าแก่ ต้นกำเนิดเป็นสุนัขเลี้ยงแกะ ถิ่นกำเนิดอยู่ทีประเทศเยอรมันนี โดยคำว่า ชเนาซ์ (Schnauze) เป็นภาษาเยอรมัน มีความหมายว่าปาก คำว่าชเนาเซอร์จึงมีความเหมาะสมที่จะเรียกสุนัขที่มีหนวดเคราอย่างสุนัขพันธุ์นี้ ในสมัยก่อนพ่อค้าที่ต้องเดินทางในช่วงศตวรรษที่ 15-16 จะใช้ชเนาเซอร์เพื่อคุ้มกันรถบรรทุกเทียมม้าในระหว่างการเดินทางไปแต่ละหมู่บ้าน ขนาดดัวของสุนัขไม่ควรจะใหญ่เกินไปเพราะต้องสามารถอยู่บนหลังคาของรถบรรทุกเทียมม้าขณะเดินทางได้ แต่ก็ต้องดุร้ายพอที่จะขับไล่พวกขโมยได้ด้วยเช่นกัน มินิเอเจอร์ และไจแอนท์ชเนาเซอร์ถูกพัฒนาจากสแตนดาร์ดชเนาเซอร์



 ลักษณะนิสัย
     เป็นสุนัขที่ฉลาด กระฉับกระเฉง ว่องไว สนใจและสำรวจสภาพแวดล้อมของมันอยู่เสมอ มีความรักให้กับครอบครัวผู้เลี้ยงและชอบอยู่กับคนที่สุด มีความซื่อสัตย์จงรักภักดี ไม่ก้าวร้าว มีสัญชาตญาณความปลอดภัยดี หากพบคนแปลกหน้ามันจะไม่สน ผู้เลี้ยงจึงควรแนะนำผู้มาเยี่ยมให้มันรู้จัก แต่ถึงอย่างไรก็ต้องขึ้นอยู่กับพื้นฐานการเลี้ยงจากเจ้าของ เพราะนิสัยของแต่ละตัวก็จะย่อมแตกต่างกันไป



การดูแล
     สุนัขพันธุ์ชเนาเซอร์นั้น ไม่ค่อยมีปัญหาในการดูแลอะไรมาก เพราะเป็นสุนัขทอดทนและแข็งแรง แต่สิ่งที่ต้องดูแลอย่างสม่ำเสมอคือ เรื่องของความสะอาด ผู้เลี้ยงจะต้องอาบน้ำให้สุนัขอาทิตย์ละ 1 ครั้ง โดยแชมพูที่ใช้นั้นควรจะใช้ของสุนัข โดยเฉพาะและมีความอ่อนโยนต่อผิว ควรแปรงขนอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง อาจมีตัดขนได้บ้าง หากไม่ต้องการให้มีเยอะมากเกินไป



มาตรฐานสายพันธุ์

ขนาด มินิชเนาเซอร์ 13.5 นิ้ว , สแตนดาร์ดชเนาเซอร์ 16.5 - 17.5 นิ้ว , ไจแอนท์ชเนาเซอร์ 25.5 – 27.5 นิ้ว

ศรีษะ มีลักษณะเหมือนสี่เหลี่ยมผืนผ้า ส่วนบนของกะโหลกศีรษะจะค่อนข้างแบนและยาว

ฟัน ฟันสบกันแบบกรรไกร ไม่ยื่นออกมาข้างนอก

ปาก ความยาวของปากมีขนาดใกล้เคียงกับความยาวของกะโหลก มีเคราหนา

ตา มีลักษณะรูปไข่ มีสีน้ำตาลเข้ม

หู มีขนาดปานกลาง ปลายหูจะแหลม แหนบติดกับกะโหลดศีรษะมีฐานตั้งขึ้นเล็กน้อย และพับลงมามีลักษณะเป็นรูปตัว v

จมูก ดำเป็นมันเงา

คอ แข็งแรงและโค้งเล็กน้อยลาดลงมาจนถึงบริเวณไหล่ หนังบริเวณคอจะไม่ย่น

อก กว้างพอสมควรไม่แผ่ออกมามากเกินไป

ลำตัว ลำตัวค่อนข้างสั้น ช่วงอกขยายไปถึงช่วงข้อศอกทั้ง 2 ข้าง ซี่โครงขยายและลึกไปจนถึงช่วงท้ายลำตัว  ใต้ลำตัวไม่หนาหรือใหญ่เทอะทะ หลังค่อนข้างตรง ด้านหลังช่วงบั้นท้ายโค้งลาดลงเล็กไปยังโคนหาง ความยาวจากอกถึงก้นยาวเท่าๆ กับส่วนสูงจากเท้าหน้าถึงหัวไหล่ 

เอว -

ขาหน้า ขาหน้าเหยียดตรงและขนานกัน

ขาหลัง จะมีโคนขาที่แข็งแรงมีกล้ามเนื้อ จะไม่อยู่เหนือกว่าไหล่

หาง ตั้งตรงและอยู่สูงไม่ยาวหรือสั้นจนเกินไป

ขน มีสองชั้น ชั้นนอกจะหยาบ แข็งและหยิก ชั้นในขนจะอ่อน

สีขน มี 3 สี คือ สีเกลือพริกไทย (เทา) , สีดำหน้ากากขาว , สีดำทั้งตัว



ที่มา :
http://women.sanook.com/pets/breed/dogs_43520.php http://sommay.joomlathaihosting.0lx.net/daow/index.php?option=com_content&view=article&id=59&Itemid=62 http://202.29.138.73/studentweb/dog/dogp7.html http://chiangmaischnauzer.tarad.com/article.php?id=7161〈=th http://www.plasmakennel.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=414927&Ntype=7 http://www.chaotoob.com/forum/index.php?topic=65.0 http://pet.kapook.com/view5997.html http://www.petloversclub.com/v01/index.php?p=petinfo&pet_id=13

ภาพประกอบ :
http://commons.wikimedia.org/wiki/File:Miniature_schnauzer_blackandsilver.jpg
http://pretoria.olx.co.za/lost-schnauzer-dog-buffy-iid-502670966
http://all-puppies.com/hd-miniature-schnauzer-puppies-wallpaper.html

แจ็ครัสเซลล์เทอร์เรีย (Jack Russell Terrier)

แจ็ครัสเซลล์เทอร์เรีย (Jack Russell Terrier)
ตัวเล็กแสนซน ตั่วป่วนประจำบ้าน


ลักษณะทั่วไป
     เป็นนักล่าตัวเล็กๆ ที่ยอดเยี่ยม มีความว่องไวในการไล่ล่า เป็นสุนัขที่ฉลาดและเชื่อฟังคำสั่งของเจ้านายและปฏิบัติตามได้เป็นอย่างดี



 ความเป็นมา
     แจ็ครัสเซลล์ได้มีการเพาะพันธุ์สายพันธุ์ขึ้นมาใหม่เมื่อต้นปี ค.ศ. 1800 ในประเทศอังกฤษโดยศาสนจารย์ Jack Russell ซึ่งภายหลังสุนัขพันธุ์ดังกล่าวจึงถูกเรียกว่า Jack Russell Terrier (JRT) ตามชื่อของท่านศาสนจารย์ นอกจาก Jack Russell Terrier จะมีชื่อตามศาสนจารย์ที่เรียกกันแล้ว ก็ยังมีบางครั้งที่คนมักเรียกก็คือ PARSON JACK RUSSELLโดยทั่วไปแล้วสุนัขสายพันธุ์กลุ่ม TERRIER จะใช้ในการล่าสัตว์และติดตามเหยื่อไปหลังจากที่เหลือ โดยสุนัขในกลุ่ม HOUND ไล่ต้อนมาก่อนหน้านี้แล้ว


 ลักษณะนิสัย
     แจ็ครัสเซลล์เทอร์เรียร์ มีความเป็นนักล่าตัวเล็กๆ โดยจะไล่ล่าไปตั้งแต่ หมาจิ้งจอก จนถึงหนูตัวเล็กๆ มันจะใช้เวลาในการสำรวจพื้นที่ก่อนจะทำการไล่ล่า แจ็ครัสเซลล์ ทอร์เรียร์เป็นสุนัขที่มีความฉลาด ซึ่งเห็นได้ ชัดจากการที่สุนัขเชื่อฟังคำสั่งของเจ้าของได้อย่างน่าประทับใจ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในสนามแข่งขัน


 การดูแล
     สุนัขพันธุ์แจ็ครัสเซลล์เทอร์เรียร์ ไม่จำเป็นต้องอาบน้ำบ่อย การอาบน้ำแค่เดือนละครั้งก็ไม่ถือว่าน้อยเกินไป และปริมาณการอาบน้ำอาจจะมีเพิ่มมากขึ้น ได้ถ้าสุนัขชอบเล่นซนหรือไปคลุกกับสิ่งสกปรกต่างๆ แต่ก็ไม่ควรอาบน้ำบ่อยจนเกินไป เพราะจะทำให้ผิวหนังแห้งเนื่องจากน้ำมันที่ให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติถูกชำระล้างออกไป และไม่ควรใช้แชมพูหรือสบู่ของคนเพราะไม่เหมาะกับสภาพผิวของสุนัข นอกจากนี้ยังต้องแปรงขนเพื่อกำจัดขนที่หลุดร่วงออกไปสัปดาห์ละครั้งด้วย สุนัขพันธุ์นี้จะมีการผลัดขนทุกปี ซึ่งในช่วงนั้นอาจจะต้องแปรงขนหรืออาบน้ำบ่อยขึ้น

     นอกจากนี้คุณผู้เลี้ยงยังต้องคอยสังเกตลักษณะของ ดวงตา ฟัน หู เท้า และเล็บอย่างสม่ำเสมอด้วย เพราะหากพบปัญหาก็จะได้รักษาตั้งแต่เบื้องต้น โดยเฉพาะในลูกสุนัข


 ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม
     สุนัขพันธุ์แจ็กรัสเซลล์มีพลังงานสูง ผู้เลี้ยงควรจะมีเวลาพาพวกเขาไปออกกำลังกายเป็นประจำ ชอบใช้ชีวิตในแบบแอคทีฟ สนุกสนาน สร้างสรรค์และต้องการความร่าเริงกับชีวิต แจ็กรัสเซลล์ต้องหารการดูแลเอาใจใส่ การได้ทำกิจกรรมร่วมกับเจ้าของ ชีวิตผู้เลี้ยงที่ชอบหยุดนิ่งอยู่เฉยๆ อาจจะรู้สึกหงุดหงิดง่าย และเหนื่อยที่จะเลี้ยงค่ะ หากบ้านมีพื้นที่ให้พวกเขาได้วิ่งเล่นจะดีมากๆ 

 มาตรฐานสายพันธุ์

ขนาด ในอเมริกาและอังกฤษ ขนาดของสุนัขจะอยู่ที่ 10-15 นิ้ว แต่ในออสเตรเลีย Jack Russell Terrier จะถูกแบ่งออกเป็น 2 สายพันธุ์คือ JACK RUSSELL จะมีขนาด 10-12 นิ้ว PARSON JACK RUSSELL ขนาด 12-14 นิ้ว
   
ศรีษะ ควรจะมีกะโหลกโต

ฟัน ฟันแข็งแรง มีลักษณะแบบขบกรรไกร 

ปาก ริมฝีปากต้องมีสีดำ

ตา เป็นรูปแอลมอนด์ ดวงตาสีเข้ม ดูเปล่งประกาย ฉายแววซุกซน

หู หูต้องเป็นรูปตัว V และตกไปทางด้านหน้า

จมูก จมูกต้องมีสีดำ

คอ ยาวกำลังดี มีกล้ามเนื้อแข็งแรง เรียบเนียน มั่นคง

อก อกแคบ เล็ก ตื้นไม่ลึก

ลำตัว ความกล้างและส่วนสูงของลำตัวใกล้เคียงกัน ไม่ต่างกันมาก กล้ามเนื้อยืดหยุ่ดได้ดี ดูเป็นนักกีฬา อกแคบตื้นระหว่างขาหน้าทั้ง 2 ข้างชิดกัน ช่วงท้ายลำตัวลาดลงไปยังส่วนหางเล็กน้อย 

เอว -

ขาหน้า ขาต้องตรงและมีกล้ามเนื้อที่ต้นขา

ขาหลัง ขาต้องตรงและมีกล้ามเนื้อที่ต้นขา

หาง หางต้องสั้นและชี้ขึ้น

ขน มีด้วยกัน 3 แบบ คือ ขนสั้น ขนหัก และขนยาว ขนหักและขนยาวจะค่อนข้างหยาบเมื่อเทียบกับขนสั้น แต่ขนสั้นก็ไม่ควรจะอ่อนนุ่มและเป็นมันจนเกินไป เนื่องจากขนเหล่านี้ช่วยปกป้องสุนัขในเวลาที่ออกไปล่าสัตว์  
  
สีขน ขนควรจะมีสีขาวตั้งแต่ 51% หรือมากกว่าขึ้นไปในร่างกาย และมี MARKINGS เป็นสีน้ำตาลหรือดำ หรือทั้งน้ำตาลและดำ ซึ่งเรียกว่า TRI COLOURED MARKING ของสุนัขพันธุ์นี้ส่วนใหญ่จะพบที่บนใบหน้า รอบตา หู ที่ก้นถึงหางและเล็กน้อยบนลำตัว   


 ข้อควรจำ
     แจ็กรัสเซลล์มีโอกาสเป็นโรคได้หลายโรค ไม่ว่าจะเป็นโรคเกี่ยวกับดวงตา เช่น ตาแฉะ ลืมตาไม่ได้ สีตาเปลี่ยน หรือโรคหัวใจที่ส่งผลต่อระบบการหายใจ โรคตับที่ส่งผลให้ มีการขับปัสสาวะออกมามาก ความต้องการอยากอาหารลดลง หากพบความผิดปกติของร่างกายควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการรักษาเบื้องต้น
 ความน่ารักของสุนัขพันธุ์นี้

ภาพประกอบ:
http://commons.wikimedia.org/wiki/File:Jack_Russell_Terrier_2.jpg
http://commons.wikimedia.org/wiki/File:Jack_Russell_Terriers_Eddi_%26_Lola.JPG
http://myterrierdog.info/?p=176

เคน คอร์โซ่ (Cane Corso)

เคน คอร์โซ่ (Cane Corso)
ฉลาดหลักแหลม ง่ายต่อการฝึกวินัยและการเชื่อฟังคำสั่ง


ลักษณะทั่วไป
     เคน คอร์โซ่เป็น 1 ใน 2 สายพันธุ์ อิตาเลียน มาสทิฟฟ์ มีรูปร่างใหญ่ มั่นคง กล้ามเนื้อและกระดูกแข็งแรง แลดูสง่างาม ทรงพลัง เคลื่อนไหวคล่องแคล่ว สง่างาม ขนสั้น กระด้าง เรียวตัวหนาแน่น ป้องกันน้ำได้ดี  สีขนมีได้ทั้งสีดำ สีเทา สีน้ำตาลเหลือง สีแดง หรือจนที่เป็นลักษณะคล้ายลายเสือ เป็นต้น



ความเป็นมา
     เคน คอร์โซ่ เป็นสุนัขพื้นเมืองของอิตาลี เดิมพวกเขาเป็นที่รู้จักเพียงทางตอนใต้ของอิตาลีเท่านั้น ไม่เป็นที่รู้จักกว้างขวาง แต่ก็มีภาพของพวกเขาปรากฎเห็นในภาพวาด งานศิลปะ ที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาตร์ของอิตาลีอยู่จำนวนมาก  ชื่อ เครน คอร์โซ่ ได้มาจาก คาเน่ ดา คอร์โซ  ชื่อประเภทสุนัขที่ใช้ทำกิจกรรมต่างๆ ในชนบท เช่น ต้อนแกะ ล่าสัตว์ เฝ้าไร่นา ต่อสู้กับหมี  ด้วยเหตุนี้เคน คอร์โซ่ จึงเป็นสุนัขที่ทำหน้าที่บอร์ดี้การ์ดได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ในช่วงปี ค.ศ. 1970 สุนัขสายพันธุ์นี้ค่อยลดจำนวนลงจนใกล้สูญพันธุ์ จึงได้มีการพัฒนาและผสมพันธุ์ให้กลับมา  2 สายพันธุ์  แล้วกลายเป็นที่นิยมทั่วโลกในเวลาถัดมา โดยเฉพาะเมื่อถูกนำเข้ามายังสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1987 เคน คอร์โซ่ ได้รับการยอมรับโดยสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัขสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 2010



 ลักษณะนิสัย

     เคน คอร์โซ่ เป็นสุนัขที่ฉลาดหลักแหลม  ง่ายต่อการฝึกวินัยและการเชื่อฟังคำสั่ง พวกเขาซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อเจ้าของมาก กระตือรือร้น เฝ้าบ้านได้ดี มีความกล้าหาญและจิตวิญญาณของสุนัขผู้พิทักษ์  ตอบสนองต่อบุคคล หรือสัตว์ที่เพิ่งพบเห็นไม่ดีเท่าไหร่ เจ้าของจึงไม่ควรกระตุ้นให้พวกเขาหวาดระแวงตามสัญชาตญาณผู้ปกป้อง จนแสดงอาการก้าวร้าวออกมา  อย่างไรก็ตาม ถึงแม้พวกเขาจะดูกล้าหาญ เข้มแข็ง แต่เขาก็ต้องการความรัก ความเอาใจใส่จากครอบครัวสูง เป็นมิตรเด็กๆ สุภาพ อ่อนโยน และเป็นเพื่อนที่ดี


 การดูแล
     เคน คอร์โซ่ มีขนสั้น หนา ควรได้รับการแปรงขนเป็นประจำอย่างน้อยที่สุดทุกสัปดาห์ เพื่อพลัดขนเก่าและ นวดผิวหนัง ซึ่งจะช่วยให้สุขภาพขนดีและเงางาม  ไม่จำเป็นต้องอาบน้ำทุกสัปดาห์ ควรอาบประมาณ  2-3 สัปดาห์ต่อครั้ง หรืออย่างน้อยที่สุด 1 เดือนต่อครั้ง  หูของพวกเขาควรได้รับการดูแลทำความสะอาดเป็นพิเศษเป็นประจำทุกอาทิตย์ เพื่อป้องกันสาเหตุการติดเชื้อในหู  ในส่วนการออกกำลังกาย เคน คอร์โซ่ มีพละกำลัง รักการผจญภัย และมีพลังงานสูง จึงต้องพาออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน พวกเขาสามารถวิ่งจ้อกกิ้งและปีนเขาระยะไกลได้ ซึ่งจริงๆ แล้วพวกเขาเป็นสุนัขที่ต้องการบ้านที่มีสนามหญ้ากว้าง มีรั้วรอบขอบชิด



 ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม
     ตามธรรมชาติของเคน คอร์โซ่ พวกเขาเหมาะกับบ้านที่มีสนามหญ้า อย่างไรก็ตามพวกเขาสามารถเลี้ยงให้อยู่ภายในอพาร์ตเม้นท์ได้ แต่ต้องพาเขาออกไปเดินเล่น ออกกำลังกายอย่างเพียงพอเป็นประจำ  เอาใจใส่ดูแลและอยู่เป็นเพื่อนกับเขา เพราะถ้าพวกเขาได้ความรัก การเอาใจใส่ที่ไม่เพียงพอ อาจจะทำลายข้าวของ เป็นการเรียกร้องความสนใจ ในส่วนของการทำความสะอาด พวกเขาต้องการการแปรงขนเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เช่นเดียวกับการทำความสะอาดหู ควรตรวจดูและทำความสะอาดทุกสัปดาห์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ


 มาตรฐานสายพันธุ์

ขนาด เพศผู้ส่วนสูงประมาณ 24 – 27 นิ้ว น้ำหนัก 45-50 กิโลกรัม ส่วนเพศเมียส่วนสูง 23-25 นิ้ว น้ำหนัก 40-45 กิโลกรัม

ศรีษะ มองจากด้านหน้า ศีรษะกว้าง โค้งเล็กน้อย ความกว้างและความยาวเท่ากัน  มองจากด้านข้างจะเห็นมุมโค้ง เริ่มที่ตำแหน่งเหนือดวงตา  แล้วแบนราบลงทั้งด้านหน้า และด้านหลังลงไปยังตำแหน่งท้ายทอย หากมองจากด้านบนจะเห็นเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม มีมุมโค้งช่วงกระดูกโหนกแก้ม ปกคลุมด้วยกล้ามเนื้อที่มีพละกำลัง  จุดหนักบนใบหน้าระหว่างตาทั้ง 2 ข้างกำลังดี หักได้รูป มีส่วนนูนขึ้นมา จากโพรงของกระดูกศรีษะเหนือตำแหน่งตาทั้ง 2 ข้าง

ฟัน ต้องขบกันได้แนบสนิทเหมือนกรรไกร โดยฟันด้านหน้าแถวบนขบเกยอยู่ด้านนอก ซึ่งลักษณะของฟันสำหรับสุนัขพันธุ์โกลเด้น

ปาก ริมฝีปากกระชับ เชื่อมต่อกับรูจมูตัว “U” สีริมฝีปากขึ้นอยู่กับสีของแต่ละตัว เช่นขนสีดำก็ริมฝีปากก็จะสีดำ ถ้าสีเทาริมฝีปากก็จะมีสีเทา เป็นต้น

ตา ตามีขนาดปานกลาง ทรงอัลมอนด์ ไม่กลม ขอบตากระชับ ไม่คล้อยตก นัยน์ตาสีดำ สีน้ำตาลเข้ม  หรือสีเทา

หู ตั้งตรงเหนือกระดูกแก้มทั้ง 2 ข้าง หากเป็นหูที่มีการตัดแต่ง ควรมีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมด้านเท่า แต่หากไม่มีการตัดแต่งจะมีขนาดปานกลาง  รูปทรงสามเหลี่ยม แนบข้างแก้ม ไม่ขยายใหญ่หรือยาวเลยไปถึงบริเวณกราม

จมูก ใหญ่ รูจมูกเปิดกว้าง สีเข้ากันกับสีขนของแต่ละตัว ส่วนใหญ่จะเป็นสีดำและสีเทา

คอ โค้งรับกับไหล่กำลังดี ที่คอจะมีหนังย่นเล็กน้อย คอมีความยาวประมาณ 1 ใน 3 ของความสูงที่ยาวที่สุดบนหลัง

อก กว้าง กล้ามเนื้อแน่น ขับเน้นช่วงหน้าให้แข็งแรง

ลำตัว ใหญ่ หนา เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแรง ซี่โครงยาว ขยาย  ซี่โครงหน้าอกที่ลึกเข้าไปจะอยู่ต่ำจากหัวไหล่ กึ่งกลางของส่วนสูงพอดี ส่วนที่สูงที่สุดของหัวไหล่ที่อยู่เหนือแผ่นหลังเล็กน้อย

เอว -

ขาหน้า กล้ามเนื้อช่วงไหล่แข็งแรง ขนาบเกราะซี่โครง ขาหน้าตั้งตรง กระดูกขาสวยได้รูป เห็นกล้ามเนื้อชัดเจน

ขาหลัง แข็งแรง สมดุลกับช่วงหลัง หน้าแข้งยาว กว้าง กล้ามเนื้อสวยได้รูป ช่วงโค้งหน้าขาโค้งกำลังพอดี  ท่อนขาแข็งแรง โครงสร้างกล้ามเนื้อสวยงาม ข้อเท้าหนา สะอาด ขนานกันทั้ง 2 ข้าง เมื่อมองจากด้านหลัง

หาง ตั้งตรงต่อจากเส้นหลัง โคนหางหนา ไม่ค่อยเรียวเล็กลงช่วงปลายหาง  ปกติหางจะตกลง  หรือยกตั้งขนานกับพื้น สูงกว่าหลังนิดหน่อย  หรืออาจตั้งขึ้นตั้งฉากกับพื้น แต่ส่วนมากแล้วหางจะถูกตัดให้เหลือเพียง 1 ใน 4 ของหางเดิมที่มีอยู่ ซึ่งหางจะตั้งขึ้น ไม่ทิ้งต่ำ

ขน สั้น แน่น และเงางาม  ขนชั้นล่างจะหนาขึ้นเมื่อถึงฤดูหนาว

สีขน ไม่ว่าจะเป็นสีเดียวล้วน หรือเป็นลาย ควรเป็นสีดำ สีเทาอ่อน สีเทาเข้ม  สีแดง สีน้ำตาลเหลืองอ่อนและเข้ม  มีแต้มสีขาวบนหน้าอก คอ คาง  ด้านหน้าข้อเท้า และบนนิ้วเท้า


 ข้อควรจำ
     โรคประจำตัวของเคน คอร์โซ่ส่วนใหญ่จะเป็น โรคกระดูกเคลื่อน ลำไส้บวม  และต่มน้ำตาขยายใหญ่ เพื่อความแน่ใจว่าลูกเคน คอร์โซ่ที่นำมาเลี้ยงเสี่ยงต่อโรคดังที่กล่าวมาหรือไม่ ต้องตรวจสอบดูจากพ่อและแม่ของพวกเขา เนื่องจากเป็นโรคที่ติดมาทางกรรมพันธุ์ นอกจากนี้ ควรพาพวกเขาไปตรวจร่างกายและฉีดวัคซีนอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันโรคต่างๆ   

ที่มา 
http://www.akc.org/breeds/cane_corso/index.cfm
http://www.terrificpets.com/dog_breeds/cane_corso_italian_mastiff.asp

ภาพประกอบ :
http://www.mascotarios.org/en/cane-corso/
http://www.championcorso.com/cane-corso-photo-gallery-pics.html
http://olympiancanecorso.com/home/dsc_0019/