วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

เครนเทอร์เรีย (Cairn Terrier)

เครนเทอร์เรีย (Cairn Terrier)
เครนเทอร์เรีย เป็นสุนัขพลังงานสูง ร่าเริง อยู่ไม่สนุข ฉลาดหลักแหลม



ลักษณะทั่วไป

     เครนเทอร์เรียเป็นสุนัขสายพันธุ์เทอร์เรียขาสั้น แต่รูปร่างมั่นคง แข็งเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว ยืนเอียงไปทางด้านหน้า อกลึก ความยาวช่วงหลังกำลังพอดี ศีรษะสั้นกว่าสุนัขพันธุ์เทอร์เรียทั่วๆไป ขนหนา ทนต่อสภาพอากาศได้ทั้งร้อนและหนาว หน้าตามีลักษณะคล้ายสุนัขจิ้งจอก   เป็นสุนัขที่ตื่นตัว แอคทีฟ เป็นมิตร เชื่อฟังคำสั่งได้ดี ช่วงอายุประมาณ 12- 15ปี

 ความเป็นมา

     เครนเทอร์เรีย มีต้นกำเนิดอยู่บริเวณที่ราบสูงของสก็อตแลนด์และบริเวณก่อนทางเหนือของสก็อตแลนด์ (the Isle of Skye)   ซึ่งเครนเทอร์เรียจัดอยู่ในกลุ่มสกายเทอร์เรีย (Skye Terrier) มีเทือกแถวใกล้ๆ กับสก็อตทิชเทอร์เรียและเวสท์ ไฮแลนด์ ไวท์ เทอร์เรีย  ในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 สายพันธุ์ทั้ง 3 สายพันธุ์เริ่มแยกออกมา “เครน” หมายถึงกองหิน หรือถ้ำหินที่พวกสุนัขจิ้งจอกและตัวแบดเจอร์อาศัยอยู่ในแถบชนบท ซึ่งสุนัขสายพันธุ์นี้มีหน้าที่เห่าบอกตำแหน่งที่ซ่อนของศัตรูหรือผู้รุกล้ำอย่างสุนัขจิ้งจอกหรือตัวแบดเจอร์เพื่อให้ชาวนามาฆ่า ด้วยเหตุนี้จึงได้ชื่อว่า เครนเทอร์เรีย


 ลักษณะนิสัย

     เครนเทอร์เรีย เป็นสุนัขพลังงานสูง ร่าเริง อยู่ไม่สนุข ฉลาดหลักแหลม ซื่อสัตย์จงรักภักดี ปกป้องครอบครัว จนบางครั้งมักลืมไปว่าตัวเองเป็นเพียงสุนัขตัวเล็กๆ โดยธรรมชาติของสายพันธุ์เป็นสุนัขเฝ้าบ้าน เขาอาจจะก้าวร้าวหรือดุเมื่อเจอคนแปลหน้า สุนัขหรือสัตว์ตัวอื่นๆ และออกจะขี้หวง ไม่ว่าจะอาหาร สิ่งของ หรือของเล่น พวกเขา เป็นเพื่อนเล่นที่ดีมกับเด็กๆ แต่พวกเขาไม่ค่อยชอบปล่อยทิ้งให้อยู่คนเดียว อาจทำให้เกิดพฤติกรรมก้าวร้าว ทำลายข้าวของได้ หรือขุดดิน หรือเห่าไม่หยุด ควรได้รับการฝึกวินัยในเชิงบวก ซึ่งจะช่วยให้สภาพกายและใจของเขาดีขึ้น พวกเขาเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ได้ง่าย ของรางวัลและความรักจะช่วยให้การเรียนรู้ รวมทั้งการทำงานของเขามีประสิทธิภาพ การลงโทษขณะฝึกวินัยจะเป็นการทำร้ายจิตใจของเขามากๆ เพราะเขาเป็นสุนัขที่อ่อนไหวง่าย ควรหลีกเลี่ยงการขึ้นเสียง หรือใช้ความรุนแรง อาจจะทำให้เขาเกิดความเครียด และเกิดพฤติกรรมก้าวร้าวตามมา


 การดูแล

     เครนเทอร์เรียเป็นสุนัขที่ต้องการการดูแลเพียงระดับพื้นฐาน ไม่จำเป็นต้องเข้าร้านกรูมมิ่งเสริมสวย พวกเขาต้องการเพียงการแปรงขนเป็นประจำทุกวัน  เนื่องจากขนชั้นในมีแนวโน้มพันกันเป็นสังกะตัง ซึ่งอาจก่อนให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวหนังอักเสบ และติดเชื้อ การอาบน้ำควรอาบน้ำประมาณ 2-3 สัปดาห์เป็นอย่างมาก ไม่ควรอาบบ่อยกว่านี้  เพราะจะทำให้น้ำมันที่อยู่บนขนของน้องหมาถูกชะไปกับน้ำ อาจทำให้ผิวหนังแห้ง และทำลายเส้นขนได้ ควรเลือกดูแชมพูที่มีอ่อนโยนโดยเฉพาะ ไม่ควรใช้แชมพูของคนเป็นอันขาด นอกจากนี้ควรดูแลขนรอบๆ หูและดวงตาอย่างเป็นประจำ คอยเล็มขนที่แทงเข้าไปในดวงตา และทำความสะอาดภายในหูเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

     ส่วนการออกกำลังกาย ถึงแม้เขาจะสามารถอยู่ในพื้นที่เล็กๆได้ดี ก็ยังต้องการการออกกำลังกายเป็นประจำ ไม่เช่นนั้นเขาอาจเสี่ยงเป็นโรคอ้วนได้ ถ้าไม่เสนอกิจกรรมให้เขาทำ หรือพาเขาไปวิ่งเล่น พวกเขาชอบเล่นวิ่งไล่ลูกบอลที่สนามหญ้าร่วมกับครอบครัว หรือแค่เดินเล่นๆ เขาก็รู้สึกดี ไม่ควรให้เขากระโดด เพราะอาจทำให้เกิดโรคสะบ้าเคลื่อนได้ ควรให้เขาออกกำลังกายแต่พอเหมาะพอดี


 ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม

     แม้เครนเทอร์เรียจะเป็นสุนัขอารมณ์ดี ร่าเริง เหมาะกับผู้เลี้ยงที่ต้องการความแอคทีฟ ตื่นตัว แต่ถ้าผู้เลี้ยงไม่พาเขาออกไปพบปะกับสุนัขตัวอื่นๆ บ้างอาจทำให้เขาเป็นสุนัขเข้าสังคมยาก แล้วอาจทำให้เกิดพฤติกรรมก้าวร้าวดุ เห่า สัตว์อื่นๆ หรือคนแปลกหน้าได้ ดังนั้นผู้เลี้ยงควรมีเวลาพาเขาไปสังสรรค์นอกบ้าน เล่นกับสุนัขหรือสัตว์ตัวอื่นบ่อยๆ ในระหว่างพาออกไปเดินเล่นหรือออกกำลังกายซึ่งควรทำอยู่แล้วเป็นประจำทุกวัน เช่นเดียวกับการแปรงขน ควรแปรงเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ



 มาตรฐานสายพันธุ์

ขนาด เพศผู้ส่วนสูง 10 – 13 นิ้ว น้ำหนัก 6-8 กิโลกรัม เพศเมียสูงประมาณ 9 – 12 นิ้ว น้ำหนักประมาณ 6-8 กิโลกรัม

ศรีษะ ศีรษะกว้างกำลังพอเหมาะกับความยาวจากศีรษะถึงช่วงหักสันจมูก บริเวณศีรษะมีขนเยอะและยาวกว่าส่วนอื่น

ฟัน ใหญ่ ฟันหน้าของขากรรไกรล่างไม่ยื่นออก และไม่ดันเข้ามาด้านใน

ปาก ริมฝีปากกระชับ ปกคลุมด้วยขน

ตา ตาห่างกันพอดี นัยน์ตามีขนาดปานกลางสีน้ำตาลอ่อน หรือน้ำตาลเข้มขึ้นอยู่กับสีขน แววตาสุกสดใส มีขนคิ้วปกคลุมเหนือดวงตา

หู หูเล็ก ชี้ตั้งขึ้น อยู่ในตำแหน่งด้านข้างของศีรษะ ขนบริเวณหูสั้น

จมูก ดำสนิท

คอ สั้น แข็งแรง แต่ยืดหยุ่น  โค้งรับช่วงไหล่

อก อกลึก ซี่โครงอกขยายแข็งแรง

ลำตัว ช่วงตัวสั้น แต่กระทัดรัด ยืนมั่นคง แข็งแรง ดูสง่างาม มีกล้ามเนื้อ ยืดหยุ่นดูกระฉับกระเฉง

เอว -

ขาหน้า สั้น แต่ตรง กระดูขาไม่ใหญ่ และไม่กางออกจากช่วงไหล่ เท้าหน้าใหญ่กว่าเท้าหลัง ทั้งขาปกคลุมด้วยขน

ขาหลัง แข็งแรง มั่นคง หน้าขาโค้งรับกับช่วงขาที่ตั้งตรง มองจากทางด้านหลังขาหลังทั้ง 2 ข้างขนาดกัน

หาง หางชี้ตั้งขึ้น ปลายหางชี้เข้าหาศีรษะ ดูร่าเริง ไม่ม้วนขึ้นไปบนหลัง หางปกคลุมไปด้วย

ขน แต่ไม่ยาวและเยอะจนเป็นพุ่ม

ขน ขนหนา ป้องกันสภาพอากาศทั้งร้อนและหนาวได้ดี เป็นขน 2 ชั้น ขนชั้นนอกค่อนยาวและข้างหยาบ ในขณะที่ขนชั้นในสั้น นุ่ม ฟู

สีขน เป็นสีอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่สีขาว


 ข้อควรจำ

     เครนเทอร์เรียมีโรคประจำสายพันธุ์ คือโรคอ้วน  โรคผิวหนัง โรคต้อกระจก โรคเกี่ยวกับกระดูก โดยเฉพาะกระดูกสะโพก และ โรคสะบ้าเคลื่อน ผู้เลี้ยงจึงควรสังเกตอาการผิดปกติของพวกเขา หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่จะทำให้เกิดโรคดังกล่าว และควรพาพวกเขาไปตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ  

คาวาเลียร์ คิง ชาลส์ สแปเนียล (Cavalier King Charles Spaniel)

คาวาเลียร์ คิง ชาลส์ สแปเนียล (Cavalier King Charles Spaniel)
ใจดี เป็นมิตร อ่อนหวาน ร่าเริงแจ่มใส ไม่ก้าวร้าว


ลักษณะทั่วไป

     คาวาเลียร์ คิง ชาลส์ สแปเนียลเป็นสุนัขพันธุ์ตุ๊กตา ตัวเล็กแต่มีความสง่างาม เหมาะทั้งกับชีวิตในเมืองและชีวิตในชนบท เชื่อฟังเจ้าของ ฝึกง่าย คล่องแคล่วว่องไว เป็นสุนัขที่เหมาะกับการนำไปใช้ในการบำบัดผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ขนนุ่มยาวเส้นเล็กราวแพรไหม มีทั้งหมด 4 สี คือ สีน้ำตาลเชสนัทปนสีขาว(Blenheim) สีดำปนสีขาวและสีน้ำตาลแทน (Tricolor) สีแดงเข้ม (Ruby) สีดำและสีน้ำตาลแทน อายุโดยเฉลี่ยประมาณ 10-15 ปี


ความเป็นมา

     หลายสิบปีมาแล้วตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ที่ คาวาเลียร์ คิง ชาลส์ สแปเนียล ซึ่งได้ตั้งชื่อตามกษัตริย์ คิง ชาร์ลส์ที่ 2 ของสหราชอณาจักร ได้รับการบันทึกอยู่ในภาพวาดและรูปถ่ายร่วมกับครอบครัวชั้นสูง แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่า คาวาเลียร์ คิง ชาลส์ สแปเนียล เป็นสัตว์ที่มีเลี้ยงไว้ภายในบ้าน ประหนึ่งเป็นสมบัติอีกชิ้นที่มีราคาหรูหราของชนชั้นสูง  นอกจากนี้คาวาเลียร์ คิง ชาลส์ สแปเนียลยังสามารถระงับอารมณ์ของคนที่กำลังหวั่นวิตกให้สงบลง และเยียวยารักษาโรคเครียดได้อีกด้วย


 ลักษณะนิสัย

     คาวาเลียร์ คิง ชาลส์ สแปเนียลมีจิตใจดี เป็นมิตร อ่อนหวาน อ่อนโยน ร่าเริงไม่เขินอาย  ไม่ก้าวร้าว  ฝึกง่าย เป็นสุนัขที่เติบโตมากับเด็กๆ และเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว ชอบเดินออกกำลังกาย หรือไม่ก็นั่งเล่น นอนเล่น

 การดูแล

     คาวาเลียร์ คิง ชาลส์ สแปเนียลอยู่ได้ดีทั้งพื้นที่กว้าง และพื้นที่แคบอย่างเช่น อพาร์ตเม้นต์ พวกเขาสามารถวิ่งเล่นออกกำลังกายได้เองภายในตัวบ้าน หรือสนามหญ้าหน้าบ้าน  ซึ่งการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับคาวาเลียร์ คิง ชาลส์ สแปเนียลคือการพาพวกเขาเดินเล่นรอบๆ บ้านประมาณ 10 -15 นาทีเป็นประจำ  ในส่วนการดูแลทำความสะอาด ควรแปรงขนเป็นประจำ อย่างน้อยที่สุด 2 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยเฉพาะก่อนอาบน้ำ เพื่อไม่ให้ขนติดเป็นสังกะตัง การทำความสะอาดควรอาบน้ำ 2-3 สัปดาห์ต่อครั้ง และควรตรวจเชคดูแลความสะอาดช่องหูและรอบดวงตาด้วยการเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำอุ่น หมาดๆ ทุกครั้งหลังอาบน้ำ



 ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม

     คาวาเลียร์ คิง ชาลส์ สแปเนียล ต้องการความรักมากเป็นพิเศษ ผู้เลี้ยงควรมีเวลาอยู่กับเขา ให้มีกิจกรรมร่วมกับครอบครัว สามารถพาเขาเดินเล่นได้เป็นประจำทุกวัน และดูแลแปรงขนให้เขาสม่ำเสมอ



มาตรฐานสายพันธุ์

ขนาด  ส่วนสูงและน้ำหนักทั้งตัวผู้และตัวเมียเฉลี่ยเท่ากัน
คือประมาณ 12 - 13 นิ้ว และน้ำหนัก 5 - 10 กิโลกรัม

ศรีษะ  ศีรษะค่อนข้างกลมแบนไม่แหลมหรือเป็นโหนกบริเวณศีรษะ ส่วนบริเวณสันจมูกที่หักเข้าระหว่างตาทั้ง 2 ข้าง ควรหักเข้าพอสมควร ไม่ลึกหรือตื้นเกินไป

ฟัน มีลักษณะเป็นฟันกรรไกร ฟันบนเกือบเกยซ้อนกับฟันล่าง และตั้งฉากกับขากรรไกร

ปาก สะอาด ริมฝีปากไม่ห้อยแกว่ง

ตา  โต กลม แต่ไม่โปนออกมา ระหว่างตาทั้งสองข้างห่างกันพอเหมาะพอดี  นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มแลดูอบอุ่น  กระจ่างใส สุข สงบให้ความรู้สึกผ่อนคลาย

หู  ฐานหูตั้ง แต่ไม่สูงเท่ากับส่วนบนสุดของศีรษะ หูยาวกว้าง เวลาตื่นตัวหูจะเอนไปข้างหน้าเล็กน้อย

จมูก มีสีดำสนิททั้งจมูกภายนอกและภายในจมูก ไม่มีสีอื่นปะปน

คอ ค่อนข้างยาว รูปกล้ามเนื้อโค้งเนียนได้รูปถึงช่วงหัวไหล่ ดูสง่างาม

อก อกลึก ขยายช่วงไหล่ให้กว้างขึ้น แต่ดูไม่เทอะทะ

ลำตัว  มีรูปตั้งแต่ไหล่ลงไปถึงก้นมีทรงสี่เหลี่ยม ส่วนสูงช่วงโค้งระหว่างคอกับหลังถึงข้อพับขาเท่ากับส่วนสูงจากข้อพับขาถึงพื้น ช่วงกระดูกซี่โครงสั้นขยายออกแต่ไม่ดูหนาใหญ่เทอะทะ

เอว -

ขาหน้า  ช่วงไหล่เอนไปทางด้านหลัง ขาหน้าตั้งตรง ช่วงข้อศอกอยู่ใต้ลำตัว ใกล้กับด้านข้างทั้ง 2  ด้าน  กระดูกนิ้วเท้าแข็งแรง เท้ากระชับอุ้งเท้านุ่มรองรับการกระแทกอย่างดี

ขาหลัง  ขาหลังรับกับช่วงเชิงกราน กล้ามเนื้อแข็งแรงกำลังพอดี ช่วงโค้งหน้าขาโค้งได้รูปถึงข้อเท้าที่ทิ้งตรงถึงส้นเท้า

หาง หางจัดอยู่ในตำแหน่งที่ดี ดูร่าเริงมีชีวิตชีวาแต่ไม่ถึงกับม้วนพาดขึ้นไปด้านหลัง

ขน  มีความยาวกำลังพอดี เส้นบางนุ่ม เป็นลอนคลื่นบางๆ ขนยาวมากเป็นพิเศษบริเวณหู อก ขาและหาง จนถึงเท้า ถือเป็นลักษณะเฉพาะของสายพันธุ์นี้ ปกติขนจะไม่มีการตัดแต่งให้ผิดทรงธรรมชาติ
สีขน


  Blenheim เป็นสีน้ำตาลเชสนัทตัดกับพื้นสีขาว หูควรเป็นสีน้ำตาลเชสนัท และบริเวณรอบดวงตา แต่เว้นพื้นที่สีขาวไว้บนใบหน้าระดับตาทั้ง 2 ข้าง ซึ่งถือได้ว่าเป็นลักษณะเฉพาะของคาวาเลียร์ สี Blenheim ส่วนสี Tricolor คือ สีดำหมึกแต้มบริเวณขนสีขาว หูต้องมีสีดำ เว้นพื้นที่สีขาวระหว่างตาทั้ง 2 ข้าง มีสีน้ำตาลแทน แต้มบริเวณเหนือดวงตา แก้ม ด้านในของหู และด้านนอกของหาง สี Ruby ทั้งตัวมีสีแดง สุดท้ายสี ดำและสีน้ำตาลแทน สีขนทั่วทั้งตัวเป็นสีดำ มีแต้มจุดสีน้ำตาลเหนือดวงตา แก้ม ด้านในหู อก ขา และด้านนอกของหาง

 ข้อควรจำ

     คาวาเลียร์ คิง ชาลส์ สแปเนียล  มีโอกาสเป็นโรคเกี่ยวกับลิ้นหัวใจ โรคสะบ้าเคลื่อนในสุนัข ต้อกระจก โรคหูชั้นนอกอักเสบ เสี่ยงต่อการสูญเสียการรับรู้ทางเสียง ดังนั้นผู้เลี้ยงจึงควรพาไปตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ

วันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

เบอร์นีส เมาน์เทนด็อก (Bernese Mountain Dog)

เบอร์นีส เมาน์เทนด็อก (Bernese Mountain Dog)
มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง กล้าหาญ ซื่อสัตย์ ตื่นตัว ฉลาด เป็นมิตร


ลักษณะทั่วไป

     เบอร์นีส เมาน์เทนด็อกเป็นหนึ่งในกลุ่มสายพันธ์สวิสส์  เมาน์เทนด็อก  แต่เป็นพันธุ์เดียวเท่านั้นที่มีขนยาวสลวยราวแพรไหม เติบโตในสภาพอากาศหนาวเย็น  ฉลาดหลักแหลม ร่างกายแข็งแรงและแข็งแกร่งสามารถทำงานหนักและทำงานได้ดีบนภูเขา ซึ่งเป็นถิ่นต้นกำเนิดของเขานั่นเอง เบอร์นีส เมาน์เทนด็อกเป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่โครงสร้างแข็งแรง มีขนสีดำ สีสนิมและสีขาวอยู่บนตัว และมีความโดดเด่นเฉพาะตัว  เบอร์นีส เมาน์เทนด็อกตัวผู้จะดูแข็งแกร่งทะมัดทะแมง  ในขณะที่ตัวเมียจะดูแจ่มใสร่าเริง อายุโดยเฉลี่ย 14 ปี

 ความเป็นมา

     เบอร์นีส เมาน์เทนด็อก มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในช่วงก่อนคริสตวรรษที่ 17  ซึ่งชื่อสายพันธุ์ได้รับการตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่เขตการปกครองแห่งเบิร์น  จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์กล่าว ด้วยลักษณะรูปร่างที่ใหญ่ มั่คง แขงแรง สุขุม มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง ทำให้พวกเขาถูกเลือกนำไปใช้ในการทำงาน เพื่อการขนส่ง หรืองานดูแลฟาร์ม พื้นที่การเพาะปลูก อีกทั้งยังเป็นมิตรที่ดีเยี่ยมกับชาวไร่ชาวนา ด้วยเหตุนี้เองจุดประสงค์หลักของการเลี้ยง เบอร์นีส เมาน์เทนด็อกแรกเริ่มเดิมทีจึงเลี้ยงไว้เพื่อเป็นสุนัขในฟาร์ม

ลักษณะนิสัย

     เบอร์นีส เมาน์เทนด็อก มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง กล้าหาญ ซื่อสัตย์  ตื่นตัว ฉลาด เป็นมิตร อ่อนโยน  ใจดีมีเมตตาเข้ากับสัตว์อื่นๆได้ง่าย  ไม่ก้าวร้าวหรือขี้อาย ยืนตั้งตัวตรงสง่าแม้จะพบเจอคนแปลกหน้าก็ตาม  แต่ง่ายที่จะถูกยั่วยุจากสัตว์หรือวัตถุขนาดเล็กที่เคลื่อนไหวไปมา เบอร์นีส เมาน์เทนด็อกชอบอยู่และเป็นส่วนหนึ่งกับคนในครอบครัว ต้องการความรักและความอบอุ่นมากๆ


 การดูแล

     การออกกำลังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเบอร์นีส เมาน์เทนด็อก  เพราะพวกเขาสืบเชื้อสายสุนัขฟาร์มมาแต่กำเนิด อย่างไรก็ตามการฝึกฝนวินัยก็จำเป็นมากเช่นกัน โดยวิธีการออกกำลังการที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขา คือการพาเดินช้าๆระยะทางยาวๆ รอบเมืองหรือในสวนสาธารณะ นอกจากนี้ เบอร์นีส เมาน์เทนด็อก ยังรักและต้องการเวลาอยู่กับคนในครอบครัว พวกเขาจะมีความสุขมากๆถ้าได้อยู่ใกล้และมีปฏิสัมพันธ์กับคนในครอบครัว ในส่วนการดูแลความสะอาด เบอร์นีส เมาน์เทนด็อก  มีแนวโน้มว่าจะพลัดขนบ่อยเป็นพิเศษ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องแปรงขนให้เขาอย่างสม่ำเสมอ 


 ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม

     ผู้ที่สนใจเลี้ยงเบอร์นีส เมาน์เทนด็อก  จำเป็นต้องมีเวลาให้พวกเขาค่อนข้างสูง ทั้งการพาออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพ สภาพขน และ เวลาที่จะอยู่เป็นเพื่อนกับเขาอย่างใกล้ชิด
 ความน่ารักของสุนัขพันธุ์นี้


 มาตรฐานสายพันธุ์

ขนาด ตามมาตราฐานแล้วเพศผู้ มีส่วนสูงโดยประมาณ 25-27 .5 นิ้วครึ่งน้ำหนักตัว 38-50 ก.ก. เพศเมียมีส่วนสูงโดยประมาณ  23-27 น้ำหนักตัว 36-48 ก.ก. มีลักษณะรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยม อัตราส่วนความกว้างของลำตัวยาวกว่าส่วนสูง  โครงสร้างกระดูกแข็งแรงมั่นคง  ร่างกายกำยำ

ศรีษะ รูปกระโหลกบนสุดแบนและกว้าง มีร่องบนหน้าผากเล็กน้อยตรงบริเวณ ตำแหน่งสัน
จมูกระหว่างตาทั้ง 2 ข้างชัดเจนแต่ต้องไม่ลึกจนเกินไป

ฟัน มีลักษณะเป็นฟันกรรไกร คือ ด้านในฟันบนสัมผัสกับด้านนอกของฟันล่าง แต่ถ้าฟันเกยกันสูงหรือต่ำเกินไปถือว่าไม่ได้มาตรฐาน

ปาก ริมฝีปากสะอาดและแห้ง

ตา ดวงตารูปไข่เล็กน้อย นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มใน  แต่ ถ้านัยน์ตาสีฟ้าถือว่าไม่ได้มาตราฐาน มีหนังตาที่พอเหมาะพอดี ไม่พลิกกลับนอกหรือ

หู มีขนาดปานกลาง โคนหางยกสูง รูปทรงหูเป็นรูปทรงสามเหลี่ยม ปลายหูบนสุดโค้งมนเล็กน้อย  ส่วนที่ยกสูงที่สุดของหูจะตั้งอยู่เหนือกระ

จมูก ต้องดำทั้งจมูก

คอ ควรยาวพอประมาณ ลำคอควรตั้งบนหัวไหล่ แลดูมั่นคงกล้ามเนื้อแลเห็นเด่นชัด ขนบริเวณรอบคอห้ามมีการตกแต่ง

อก อกลึกกว้างแต่ไม่ใหญ่เทอะทะ อย่างน้อยที่สุดช่วงอกควรทิ้งต่ำได้เพียงแค่บริเวณข้อเข่า

ลำตัว ช่วงลำตัวกว้างหนาและรายเรียบไปจนถึงโคนหาง ไหล่เอนไปข้างหลังเล็กน้อย กล้ามเนื้อแน่นมีพละกำลัง แผ่นหลังกว้างแน่นกระชับ

เอว -

ขาหน้า ขาตรงและแข็งแรง เวลายืนช่วงข้อขาต้องอยู่ใต้หัวไหล่พอดี เท้ากลม กระชับ นิ้วเท้าโค้งมนได้รูป

ขาหลัง บริเวณหน้าแข้งหนา แข็งแรง มีกล้ามเนื้อ ช่วงต้นขาโค้งได้รูปไปจนถึงข้อเท้า รูปทรงของข้อเท้าต้องทิ้งลงเป็นเส้นตรง

หาง มีลักษณะเป็นพุ่ม ทิ้งต่ำต่ำลงบริเวณช่วงข้อเท้า  กระดูกหางควรตรงไม่โค้งขดงอขึ้นมาอยู่บนหลัง

ขน ขนหนาเส้นยาวเงางามเป็นลอนคลื่นเล็กน้อยหรือเป็นขนเส้นตรงก็ได้  ถ้าหยิกมากถือว่าไม่ได้มาตรฐาน

สีขน มีขา 3 สี คือ สีดำ สีสนิม (น้ำตาลแดง) และสีขาว ซึ่งปกติสีพื้นจะเป็นสีดำ แซมด้วยคนสีสนิมและสีขาว ซึ่งสีที่แซมอยู่บนตัวควรมีสัดส่วนพอดีตามมาตราฐานทั่วไป คือสีสนิมควรแต้มบริเวณเหมือนดวงตา  ข้างแกม 2 มุมปาก อก ขาและใต้หาง ส่วนสีขาวแต้มอยู่บริเวณ บนกลางใบหน้าระหว่างตาทั้ง 2 ข้าง แผงอกยาวไปถึงใต้ท้อง ปลายหาง  และปลายเท้าทั้ง 4 ข้าง


ข้อควรจำ

     เบอร์นีส เมาน์เทนด็อกมักจะมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกบริเวณสะโพกและข้อขา นอกจากนี้สิ่งที่ผู้เลี้ยงจะต้องระวังก็คือ ถึงแม้เบอร์นีส เมาน์เทนด็อก จะไม่ได้มีสัญชาตญาณนักล่ามาแต่กำเนิด แต่บ่อยครั้งที่พวกเขาวิ่งไล่กัดสัตว์หรือสิ่งทีชีวิตตัวเล็กๆ และบางตัวก็มีแนวโน้มจะเป็นนักขุด เรื่องการฝึกวินัยจึงจำเป็นสำหรับพวกเขา  

เซนต์เบอร์นาร์ด (St. Bernard )

เซนต์เบอร์นาร์ด (St. Bernard )
ตัวใหญ่ใจดี มีพละกำลังเยอะ ช่วยกู้ภัยได้



ลักษณะทั่วไป

     สุนัขที่มีขนาดตัวใหญ่ที่สุดในโลก หน้าตาซึม ๆ คล้ายดูจะอึดอาด ต้องยกให้กับพันธุ์นี้เลย “เซนต์เบอร์นาร์ด” หน้าของมันจะมีเหมือนหน้ากากขนสีดำปกคลุมไว้ จึงทำให้ดูน่าเกรงขาม จะว่าไปเจ้าเซนต์นั้นก็เป็นสุนัขที่มีพละกำลังอยู่มาก มากพอที่จะลากคนได้ตัวปริวเลยทีเดียวล่ะ ยังไม่แค่นั้นเจ้าเซนต์ยังมีรูปร่างสูง ใหญ่ กำยำ มีกล้ามเป็นมัดๆ โดยเฉพาะบริเวณขาและแขน ที่เกิดจาการออกกำลังกายการฝึกฝนอยู่เสมอ หากอยู่ในท่ายืนตัวจะสูงกว่าหรือเท่าคนเลยนะจะบอกให้ จัดอยู่ในกลุ่ม Working Group หรือ สุนัขที่มีประโยชน์ในการกู้ภัย เฝ้าบ้านและงานด้านตำรวจ



 ความเป็นมา

     ประวัติของยังไม่เป็นที่แน่ชัดในต้นกำเนิดที่แท้จริงใน 700 ปีก่อนคริสตกาล แต่เจ้าเซนต์เบอร์นาร์ดนี้มีความเป็นมาที่ยาวนานมากๆ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1660 – 1670 นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจุบันระยะเวลาประมาณได้กว่า 1,000 ปี ถิ่นกำเนิดของเซนต์เบอร์นาร์ด คือ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในบริเวณช่องภูเขาเซนต์เบอร์นาร์ดที่ปกคลุมด้วยหิมะ แห่งเทือกเขาแอลป์(Alps) เป็นสุนัขภูเขาที่มีไว้รักษาความปลอดภัยให้กับพระและช่วยเหลือ กู้ภัยชีวิตมนุษย์ เริ่มต้นในปี ค.ศ. 1048

     นักบวชชาวคริสต์ศาสนา ชื่อว่า เบอร์นาร์ดได้ไปยังบริเวณช่องภูเขาเซนต์เบอร์นาร์ด เพื่อทำการขับไล่พวกโจรชาวฮังการีและซาราเซที่มักจะปล้น และฆ่าคนเดินทางหรือยึดตัวไว้เพื่อเรียกค่าไถ่ให้ออกจากบริเวณนั้น เพื่อให้เกิดความสงบสุขและปลอดภัยต่อนักเดินทาง ซึ่งนักบุญเบอร์นาร์ดและเหล่าฤษีได้สร้างสถานที่พำนักไว้ช่วยเหลือ เหล่านักเดินทางถึงแม้จะกำจัดโจรได้อย่าง เส้นทางของช่องเขาเซนต์เบอร์นาร์ดก็เต็มไปด้วยอันตรายกับการเดินทางด้วยเท้าเป็นอย่างมาก ไม่ว่าอากาศเหน็บหนาว ทั้งพายุหิมะหรือหิมะถล่มที่เป็นอันตรายต่อผู้เดินทางสัญจรไปมา หลายครั้งที่มีคนติดอยู่ใต้หิมะที่ถล่มลงมา เมื่อเป็นอย่างนี้นักบุญเบอร์ดนาร์ดได้นำสุนัขเซนต์เบอร์นาร์ด มาฝึกฝนในการเพื่อช่วยเหลืองานผู้ประสบภัย จมูกของมันนั้นไวและสามารถดมกลิ่นหาผู้ประสบภัยที่ติดอยู่ภายใต้หิมะได้เหลายๆฟุต

     โดยทุกครั้งที่จะออกไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ที่คอของมันจะมีถังไม้เล็กๆ ที่บรรจุเหล้าองุ่นหรือยาให้ผู้ประสบภัยเปิดกินและใช้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น และเซนต์เบอร์นาร์ด บางตัวอาจมีผ้าห่มผูกติดหลังเอาไว้เพื่อให้ผู้ประสบภัยห่มกันหนาวด้วย จึงได้รับสมญานามว่าเป็น “หมานักบุญ(SAINT)” ต่อมาได้มีการนำเซนต์เบอร์นาร์ดเข้าสู่เมืองและมีการพัฒนาสายพันธุ์ให้แข็งแรงมากขึ้น พร้อมทั้งได้รับการยอมรับและยกย่องว่า เป็นสุนัขเซนต์เบอร์นาร์ดนั้นเป็นสายพันธุ์แท้ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้รับการประกาศให้เป็นสุนัขประจำชาติของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นต้นมา



 ลักษณะนิสัย

     เป็นสุนัขที่ใจดีที่สุดในบรรดาเหล่าสุนัขทั้งหลาย(โดยเฉพาะกับเด็กๆ) ฉลาด ไม่ก้าวร้าวและขี้กลัว เป็นมิตรกับคน ถ้าคนไหนไม่รู้จักก็จะต้องแนะนำให้รู้จักก่อนนะ เพื่อมันจะได้ไม่ระแวงคนๆนั้น จริงๆแล้วมันจะได้โชว์ความน่ารักของมันต่างหากล่ะ บางตัวก็จะมีนิสัยเงียบขรึม บางตัวก็จะมีนิสัยร่าเริง บางครั้งอาจร่าเริงเกินเหตุจนอยู่ไม่เป็นสุขอีกด้วย แต่เจ้าเซนต์นี้มันเป็นสุนัขที่ขี้ร้อนเอาการเลยนะ เพราะรูปร่างลักษณะของตัวมันทำให้ต้องมีการระบายความร้อนอยู่เสมอ แต่ถึงจะขี้ร้อนก็เถอะเจ้าเซนต์ยังชอบฝึกฝนและออกกำลังกายอีกด้วย

การดูแล

     อาหารที่ใช้สำหรับเลี้ยง ควรคำนึงถึงสารอาหารไม่ควรเน้นโปรตีนอย่างเดียว ในตอนที่ยังเป็นลูกสุขัขอายุ 4 เดือนควรให้อาหารวันละ 4 ครั้ง เมื่ออายุ 5 เดือนจนถึง 1 ปีลดเหลือ 2 ครั้ง ต่อจากนั้นขึ้นอยู่กับความสะดวกของผู้เลี้ยงในการให้อาหาร อาจลดเหลือ 1 ครั้งต่อวันก็เป็นได้ นอกจากนี้ควรให้น้ำดื่มที่สะอาดด้วย จะต้องมีการเปลี่ยนตลอดเวลาเพราะจะช่วยระบายความร้อนให้กับสุนัข





     ในเรื่องของการทำความสะอาด ควรดูแลอย่างประจำ ไม่ควรใช้น้ำที่เย็นมากเกินไป ในการอาบน้ำ สำหรับสุนัข ควรอาบน้ำ ให้เขาในช่วงกลางวันขณะที่น้ำและอากาศไม่เย็นมาก หลังจากอาบเสร็จ ให้เช็ดตัวสุนัขให้แห้ง และแปลงขนเพื่อกำจัดขนที่หมดอายุ เห็บ หมัดและทำให้ขนดูมีระเบียบเรียบร้อย

     ส่วนเรื่องของสุขภาพ ควรหมั่นคอยดูแลรักษาน้ำหนักในช่วงที่ยังเป็นลูกสุนัขเพื่อไม่ให้น้ำหนักเพิ่มมากเกินไป เพราะจะเพิ่มแรงกดและเป็นภาระต่อกระดกและข้อต่อที่กำลังเจริญเติบโต ที่สำคัญหากเลี้ยงในบริเวณบ้านควรมีรั้วสูงอย่างน้อย 2 เมตร เพื่อกันไม่ให้สุนัขหนีเที่ยว และวครจะให้สุนัขออกกำลังกายอย่างมีขอบเขต สม่ำเสมอ ไม่ควรหักโหมมากเกินไป เพราะ กระดูกของสุนัขแต่ละวัยจะรับน้ำหนัก แรงกดได้ไม่เหมือนกัน ต้องค่อยๆ ฝึกออกกำลังกายไปตามลำดับ เมื่อสุนัขเติบโตเต็มวัยควรออกกำลังกายแค่พอประมาณเท่านั้น





 ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม

     ไม่ว่าจะผู้อยู่คนเดียว หรือครอบครัวก็สามารถเลี้ย'ได้ เซนต์เบอร์นาร์ดเป็นสุนัขที่มีการดูแลเป็นอย่างมาก จึงทำให้มีค่าใช้จ่ายสูง ผู้เลี้ยงที่เหมาะสมก็จะต้องมีเวลาในการดูแล และมีกำลังทรัพย์พอต่อการเลี้ยง
 ความน่ารักของสุนัขพันธุ์นี้


มาตรฐานสายพันธุ์

ขนาด ตัวผู้สูงอย่างน้อย 27 นิ้ว ตัวเมียสูงอย่างน้อย 25 นิ้ว ตัวเมียจะมีโครงสร้างที่สวยและดูอ่อนช้อยกว่า

ศรีษะ เซนต์เบอร์นาร์ดมีศีรษะที่ใหญ่โต กว้าง และ มีความแข่งแกร่งมาเลยทีเดียว กระดูกแก้มอยู่สูง มีสันกระดูกเหนือตาชัดเจน ผิวหนังที่หน้าผากมีรอยย่นลงมาเห็นได้ชัด

ฟัน จมูกจะใหญ่ มีรูจมูกที่เปิดกว้างและมีสีดำเหมือนริมฝีปาก ควรดูมันเงาตลอดเวลา

ปาก ริมฝีปากมีสีดำ ไม่บางและหนาเกินไป ริมฝีปากล่างต้องไม่ห้อยมากไป

ตา ตั้งอยู่ด้านหน้าระหว่างจมูก ขนาดปานกลาง สีน้ำตาลเข้ม แววตาฉลาดและเป็นมิตร

หู มีขนาดปานกลาง จะอยู่สูงจากบริเวณฐาน ห่างจากศีรษะเล็กน้อย แล้วพับงอลงมาด้านข้างแนบกับศีรษะ ใบหูนิ่มมีลักษณะสามเหลี่ยมปลายมนยาวออกไปเล็กน้อยทางด้านปลาย        
จมูก สีดำ รูจมูกกว้าง

คอ ชูตั้งสูงและตั้งตรง บริเวณต้นคอมีมัดกล้ามเนื้อมากและด้านข้างมีความกลม ทำให้เห็นการเชื่อมต่อของคอและหัวชัดเจน ดูเหมือนลำคอสั้น  

อก ความโค้งสูงมาก ลึกพอประมาณ ไม่ยื่นลงไปต่ำกว่าข้อศอก

ลำตัว ลำตัวหน้าใหญ่ มีรูปทรงสี่เหลี่ยม ช่วงซี่โครงอกกว้าง ร่างกายเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ

เอว -

ขาหน้า มีพละกำลังและมีกล้ามเนื้อ เหยียดตรงและแข็งแรง

ขาหลัง ทำมุมพอประมาณ ไม่ควรมีนิ้วติ่งส่วนเกิน

หาง ใหญ่และยาว มีน้ำหนัก จะอยู่ในลักษณะปลายงอน คล้ายรูปตัว f

ขน ดก หนาแน่น ราบเรียบ มีความยาวพอประมาณ มีขนหยิกเล็กน้อย บริเวณต้นขาขนจะไม่แน่นมาก ที่โคนหางขนจะยาวและแน่นกว่าบริเวณปลายหาง ที่หางขนจะแน่นและหางไม่เป็นรูปธง ควรจะมีส่วนโค้งรับกับลำตัว

สีขน ขาวมีแดงแซม หรือ แดงแซมขาว สีแดงก็จะมีหลายเฉดสี สีแดงอมน้ำตาลมีขาวแต้ม สีแดงและเหลืองน้ำตาลมีปริมาณเท่าๆกัน รอยแต้มที่สำคัญ คือ ที่อก เท้าและปลายหาง รอบจมูก รอบๆ คอ เป็นสีขาว สีสันจัดจ้าน ต้องไม่มีแค่สีเดียวหรือไม่มีสีขาว ข้อบกพร่องคือ สีอื่นๆนอกเหนือจากนี้ ยกเว้นเชดสีเข้มบนศีรษะ(หน้ากาก) และหู



 ข้อควรจำ

     สุนัขพันธุ์นี้ลักษณะรูปร่างใหญ่ มีสิทธิ์ที่จะเป็นโรคต่างๆได้ง่าย จึงต้องใส่ใจต่อการดูแลอย่างมาก เพื่อไม่ให้ลดเวลาการใช้ชีวิตของมันสั้นลง และที่สำคัญมั่นตรวจสอบสุขภาพมันอยู่เสมอ เพื่อสามารถรักษาอาการได้ตั้งแต่เนิ่นๆ

เกรทเทอร์ สวิสส์ เมาน์เทนด๊อก (Greater Swiss Mountain Dogs)

เกรทเทอร์ สวิสส์ เมาน์เทนด๊อก (Greater Swiss Mountain Dogs)
สุนัขเฝ้ายาม เป็นมิตร ไม่ก้าวร้าว


ลักษณะทั่วไป

     ตัวใหญ่ แข็งแรง กำยำ  มั่นคง ร่างกายเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ มั่นใจ เกรทเทอร์ สวิสส์ เมาน์เทนด๊อก  เดิมเลี้ยงไว้เพื่อต้อนแกะ ทำงานบนภูเขา จึงมีกระดูกค่อนข้างใหญ่แข็งแกร่ง ขนสีดำ  มีสีสนิมแทรมสมมาตรกันระหว่างลำตัวทั้งสองด้าน และแต้มด้วยสีขาว โดยเฉพาะบริเวณอก มีช่วงอายุอยู่ระหว่าง 8-12 ปี

 ความเป็นมา

     เกรทเทอร์ สวิสส์ เมาน์เทนด๊อก  มีต้นกำเนิดอยู่ในพื้นที่ห่างไกลในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ พวกเขาเป็นสุนัขที่เลี้ยงไว้สำหรับใช้งานในฟาร์มโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะต้อนสัตว์ เฝ้ายาม ปกป้องทรัพย์สิน  แบกหามของขึ้นภูเขาสำหรับการล่าสัตว์ และการเดินเขา จนกระทั่งปีคริสตวรรษที่ 19 เกรทเทอร์ สวิสส์ เมาน์เทนด๊อก ถูกสันนิษฐานว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว เนื่องจากชาวไร่ชาวนาเลิกเลี้ยงมันเพราะมีเครื่องจักร เครื่องไถนาช่วยในการทำการเกษตรแทน อย่างไรก็ตามได้มีการค้นพบสายพันธุ์นี้อีกครั้งในเวลาต่อมา


 ลักษณะนิสัย

     เกรทเทอร์ สวิสส์ เมาน์เทนด๊อก เป็นสุนัขเฝ้ายามที่ดีเยี่ยม สามารถพิทักษ์ครอบครัวและทรัพย์สินได้ พวกเขาจะเห่าคนแปลกหน้าและผู้บุกรุก เพื่อส่งสัญญาณให้เจ้าของได้ยิน แต่ไม่ก้าวร้าว หรือทำร้ายใคร เกรทเทอร์ สวิสส์ เมาน์เทนด๊อก เป็นสุนัขที่เหมาะสำหรับเป็นสัตว์เลี้ยงในครอบครัวทั้งสามารถดูแลและเป็นเพื่อนได้  พวกเขาเป็นมิตรกับเด็กๆ รักที่จะมีส่วนร่วมและอยู่รวมกับครอบครัว  ส่วนลูกสุนัขเกรทเทอร์ สวิสส์ เมาน์เทนด๊อก จะน่ารัก และเป็นมิตรมากเป็นพิเศษ แต่ก็ค่อนข้างซน ควบคุมยาก ชอบวิ่ง ชอบกระโดด วิ่งวุ่น วนไปวนมา แถมยังชอบ เห่าและกัดแทะสิ่งของอีกด้วย พวกเขาจะขี้เบื่อง่าย ถ้าต้องถูกทิ้งให้อยู่ตัวเดียวแล้วก็เริ่มซนทำลายข้าวของ เรียกร้องความสนใจ ควรจะฝึกวินัยตั้งแต่เด็ก แล้วด้วยสัญชาตญาณเก่าเฝ้าระวังภัยที่มีอยู่ในสายเลือด เขาจึงเห่าทุกอย่างที่แปลกปลอมทั้งคนและเสียง ดังนั้นเขาควรได้รับการฝึกเพื่อไม่ให้เห่าพร่ำเพรื่อ สอนให้เขาออกสังคม อยู่ร่วมกับสัตว์ตัวอื่นๆ พบปะคนแปลกหน้าเพื่อให้เขาได้เรียนรู้ว่าคนไหนคือคนที่ดี และคนไหนคือคนที่ไม่ดี


 การดูแล

     เกรทเทอร์ สวิสส์ เมาน์เทนด๊อก เป็นสุนัขที่พลัดขนปานกลาง แต่จะพลัดขนเพิ่มขึ้นในช่วงระหว่างรอยต่อของฤดูพลัดขนทั้ง 2 ฤดู ควรพลัดขนทุกๆ สัปดาห์ โดยเฉพาะช่วงฤดูพลัดขน ส่วนการอาบน้ำควรอาบน้ำให้ 2-4 สัปดาห์ต่อครั้ง ควรใช้แชมพูสุนัขโดยเฉพาะ ไม่ควรใช้แชมพูคน เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังได้ และควรแปรงขนก่อนอาบน้ำ เพื่อพลัดขนที่ตายแล้วให้หลุดออกไป

     สำหรับการออกกำลังกาย เกรทเทอร์ สวิสส์ เมาน์เทนด๊อก  ต้องการการออกกำลังกายปานกลาง ไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป ควรพาออกไปเดิน หรือวิ่งเล่นเป็นประจำทุกวันอย่างเพียงพอ หรือจะหากิจกรรมให้เล่น เช่น ดึงลากรถเข็น หรือลากเลื่อน เป็นต้น ยิ่งเขาได้ออกกำลังกายเขาก็จะยิ่งมีความสุขมากขึ้นๆ ยิ่งถ้าเป็นลุกสุนัขพลังงานสูง ซนไม่หยุด ควรพาเขาไปออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้เขาได้ปลดปล่อยพลังงาน อย่างไรก็ตาม ไม่ควรให้เขาออกกำลังอย่างหักโหม เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการฮีตสโตรกได้เมื่อเหนื่อยหรืออากาศร้อนจัดจนเกินไป เพราะโดยสายพันธุ์แล้วพวกเขาเหมาะที่จะเลี้ยงอากาศหนาว


 ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม

     เกรทเทอร์ สวิสส์ เมาน์เทนด๊อก เป็นสุนัขที่ในช่วงเด็กจะขี้เบื่อง่าย พลังงานสูง ชอบกัดแทะสิ่งของ ควรฝึกวินัยอย่างเคร่งครัด พาเขาไปออกกำลังกายเป็นประจำ แต่หากโตเต็มวัยแล้ว การออกกำลังกายก็ไม่ควรมากเกินไปเพราะจะทำให้เกิดอาการฮีสโตรกได้ ควรสังเกตอาการขณะพาวิ่งเป็นพิเศษ ส่วนขนาดที่อยู่อาศัยพวกเขาสามารถปรับวิถีชีวิตให้เลี้ยงในอพาร์ตเม้นท์ได้ แต่ควรพาเขาไปออกกำลังกายทุกวัน และการทำความสะอาดเน้นเรื่องการแปรงขนเป็นพิเศษ ควรแปรงขนให้เป็นประจำทุกสัปดาห์
  
 ความน่ารักของสุนัขพันธุ์นี้


 มาตรฐานสายพันธุ์

ขนาด  เพศผู้ส่วนสูงเฉลี่ย 25 – 28  นิ้วครึ่ง1/2 - 28 1/2 inches  น้ำหนัก 105 – 140 ปอนด์ เพศเมียส่วนสูงประมาณ 23 – 27 นิ้วครึ่ง น้ำหนัก 85 – 110 ปอนด์

ศรีษะ  ศีรษะแบน มีจุดหนักระหว่างตา 2 ข้างเล็กน้อย ศีรษะด้านหลัง กับปากมีความยาวใกล้เคียงกัน  แต่ด้านหลังศีรษะมีขนาดความกว้าง กว้างกว่าความกว้างของปาก 2 เท่า ปากหนา ใหญ่ และตรง

ฟัน มีลักษณะเป็นฟันกรรไกร

ปาก ริมฝีปากสะอาด กระชับ แห้ง ไม่แฉะน้ำลาย

ตา  ดวงตาทรงแอลมอนด์ขนาดปานกลาง นัยน์ตาสีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลเข้ม ไม่ลึก ขอบตาสีดำ

หู  ขนาดปานกลาง ตั้งตรง ทรงสามเหลี่ยม ปลายหูโค้งมน หูตกลงข้างศีรษะ  ตำแหน่งบนของใบหูอยู่ด้านบนของกระโหลกศีรษะ

จมูก สีดำทั้งจมูก
คอ ยาวปานกลาง กล้ามเนื้อเด่นชัด แข็งแรง สะอาด

อก อกกว้างลึก ซี่โครงช่วงอกขยาย ความลึกของอกอยู่ประมาณครึ่งหนึ่งของส่วนสูง

ลำตัว  ลำตัวค่อนข้างใหญ่ หนา กำยำ แต่ไม่เทอะทะ ช่วงต้นขาใหญ่ กว้าง และแข็งแรง ช่วงบั้นท้ายก่อนโคนหางกว้าง ยาว และกลมกลึงถึงปลายหาง

เอว -

ขาหน้า  ขาหน้าตรง ยาว ช่วงไหล่ยาว แบน กล้ามเนื้อแข็งแรง ลาดลงไปทางด้านหลัง เท้ากลมรับกับ โค้งนิ้วเท้ากำลังดี

ขาหลัง  ขาหลังแข็งแรง กล้ามเนื้อสวยได้รูป ต้นขากว้าง แข็งแรง เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ช่วงโค้งรับหน้าขาลงไปถึงท่อนลาดลงกำลังดี ท่อนเขาที่ต่ำกว่าต้นขาเมื่อมองจากด้านหลังทิ้งลง ตั้งตรง เท้ากลามมีส่วนโค้งรับกับนิ้วเท้ากำลังดี

หาง  กระดูกหางตรง โคนหางหนา แล้วค่อยแหลมขึ้นเมื่อถึงปลายหาง ปลายยาวอยู่ช่วงข้อขา ทิ้งต่ำ แต่ถ้าตื่นเต้น ตื่นตัวก็จะโค้งขึ้นสูง แต่ไม่ถึงกับม้วนขึ้น เหนือหลัง

ขน  ขนชั้นนอกยาวประมาณ 1-2 นิ้ว ขนชั้นในหนา โดยเฉพาะช่วงคอ แต่บางตัวก็หนาทั้งตัว ถ้าไม่มีขนชั้นในถือว่าไม่ได้มาตรฐานสายพันธุ์

สีขน  ขนชั้นนอกดำ แต้มด้วยสีสนิมอย่างสมมาตรทั้ง 2 ฝั่งซ้ายขวา ที่เหนือดวงตา ข้างแก้ม ข้างหู หน้าอก ขาทั้ง 4 ข้าง แต่ที่ใต้หาง นอกจากนี้ยังมีสีขาวแต้มบริเวณ  กระบอกปาก ระหว่างกลางหน้าผาก  รอบคอเชื่อมมาถึงหน้าอก และ ปลายขาทั้ง 4 ข้าง ส่วนขนชั้นในควรเป็นมีเทาอ่อนไปถึงสีเทาเข้ม ไปถึงสีน้ำตาลอมส้ม


 ข้อควรจำ

     เกรทเทอร์ สวิสส์ เมาน์เทนด๊อก มีโรคประจำสายพันธุ์คือกระดูกสะโพกเสื่อม ข้อกระดูกขาเสื่อม โรคกระเพาะกางขยายและบิดตัว ทำให้เลือดไม่สามารถไหลเวียนได้ตามปกติ เส้นเลือดอาจฉีดขาด สามารถทำให้เสียชีวิตเฉียบพลัน นอกจากนี้ยังมีโรคเกี่ยวกับดวงตา และโรคลมชัก ดังนั้นควรดูแลสุขภาพของพวกเขาอย่างใกล้ชิด และพาไปตรวจร่างกายอย่างสม่ำเสมอ  


โกลเดนรีทรีฟเวอร์ (Golden Retriever)

โกลเดนรีทรีฟเวอร์ (Golden Retriever)
หมาหน้ายิ้ม อารมณ์ดี ขี้เล่น ฉลาด ซื่อสัตย์


ลักษณะทั่วไป

     โกลเด้นฯเป็นสุนัขที่มีขนาดปานกลาง ไม่เทอะทะเก้งก้างจนดูเกะกะ เป็นสุนัขที่มีนิสัยค่อนข้างจะเป็นมิตรกับทุกๆ และสุนัขที่มีความปราดเปรียวและอดทน ลีลาในการย่างก้าวหรือไหวเป็นไปด้วยความนิ่มนวล

 ความเป็นมา

     โกลเด้นฯเป็นสุนัขที่พัฒนาสายพันธุ์มาจากสุนัขในกลุ่มสแปเนี่ยล ซึ่งเป็นสุนัขที่มีความเชี่ยวชาญทางน้ำเป็นพิเศษ โดยมีขนาดเล็กกว่าสุนัขพันธุ์นิวฟาวน์แลนด์ แต่มีลักษณะโครงสร้างที่คล้ายคลึงกัน สันนิษฐานว่าอาจผสมข้ามพันธุ์มาจากสุนัขพันธุ์ไอริชเซทเทอร์ และสุนัขในกลุ่มวอเตอร์สแปเนี่ยล โดยอาจมีสายเลือดของสุนัขพันธุ์บลัดฮาวน์เข้าไปเจือปนอยู่ด้วย



 ลักษณะนิสัย

     นิสัยสุภาพ น่ารัก มีเสน่ห์ ขี้เล่น ช่างประจบเอาใจ และเสียสละรักเจ้าของได้เท่ากับสุนัขพันธุ์ โกลเด้นฯนี้ ลักษณะนิสัยสุนัขพันธุ์นี้ใจดี ชอบอยู่กับคนและสัตว์อื่น มีมนุษย์สัมพันธ์ดี ค่อนข้างติดคนหรืออยากให้เจ้าของสนใจ โกลเด้นฯ เป็นสุนัขที่ฝึกง่าย มันชอบเห่าเมื่อมีคนอยู่หน้าประตูบ้าน แต่มีบ่อยครั้งที่การเห่านั้นเป็นการแสดงการทักทายมิใช่การขู่

 การดูแล

     โกลเด้นฯ เป็นสุนัขที่มีขนร่วงมาก จำเป็นจะต้องแปรงและหวีขนให้มันสัปดาห์ละหลายๆ ครั้ง เพื่อป้องกันขนพันกัน การแปรงขนบ่อยๆ จะทำให้โกลเด้นฯ ดูสวยได้ ผู้เลี้ยงควรดูแลเรื่องเห็บ หมัด การระคายเคืองที่ผิวหนัง ขณะที่ทำการแปรงขน



     โกลเด้นฯเป็นสุนัขที่ชอบสังคมและ ไม่ชอบถูกทิ้งให้อยู่ลำพังตัว อย่าปล่อยให้สุนัขออกไปนอกบ้านโดยไม่มีคนไปด้วย ผู้เลี้ยงควรพาสุนัขไปเดินเล่นไกลๆ ทุกวันหรือหาสนามโล่งๆ ให้ได้วิ่งเล่นเก็บลูกบอลหรือว่ายน้ำกับสุนัขตัวอื่น เพื่อผ่อนคลายความเครียดและเพื่อนสุขภาพที่ดี

 ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม

     ครอบครัวที่มองหาสุนัขที่เต็มไปด้วยความสุภาพและน่ารัก ต้อง โกลเด้นฯ เลยครับ  



 มาตรฐานสายพันธุ์

ขนาด มีความสูงประมาณ 21 - 24 นิ้ว
น้ำหนักอยู่ในช่วงระหว่าง 55 - 75 ปอนด์

ศรีษะ กะโหลกใหญ่และกว้างโค้งได้รูปสวยงาม ไม่หยักเป็นร่องลึกหรือโหนกนูนจนมีลักษณะเป็นรูปโดม หนังบริเวณใบหน้าควรจะเรียบตึง

ฟัน ต้องขบกันได้แนบสนิทเหมือนกรรไกร โดยฟันด้านหน้าแถวบนขบเกยอยู่ด้านนอก ซึ่งลักษณะของฟันสำหรับสุนัขพันธุ์โกลเด้น

ปาก ริมฝีปากดำ กระชับ มุมปากโค้งขึ้นเล็กน้อยคล้ายรอยยิ้ม

ตา ดวงตาโตปานกลาง สีน้ำตาลเข้ม เป็นประกายสดใส

หู หูควรสั้นพอประมาณ ใบหูมีลักษณะห้อยปกลงแนบกับส่วนแก้ม รูปทรงค่อนไปทางรูปสามเหลี่ยม ปลายมน

จมูก จะต้องเป็นสีดำหรือสีน้ำตาล ส่วนจะเข้มหรืออ่อนก็ขึ้นอยู่กับสีขน แต่ถ้าจมูกเป็นสีชมพูถือเป็นข้อบกพร่องร้ายแรง

คอ ควรยาวพอประมาณ ลำคอควรตั้งบนหัวไหล่ แลดูมั่นคงกล้ามเนื้อแลเห็นเด่นชัด ขนบริเวณรอบคอห้ามมีการตกแต่ง

อก อกกว้าง ลึกพอประมาณกำลังดี ไม่ดูเทอะทะมากเกินไป


ลำตัว โครงสร้างลำตัวกระชับได้สัดส่วน อกลึกและกว้าง ความกว้างของอกอย่างน้อยควรมีขนาดพอๆ กับ ฝ่ามือของผู้ชายวางทาบเสมอพอดี ส่วนความลึกของอกควรลึกเสมอข้อศอก
ขาหน้า กระดูกซี่โครงควรโค้งได้รูปแข็งแรง

เอว -

ขาหน้า ท่อนขาหนา แข็งแรง ยาว มีกล้ามเนื้อ ส่วนขาเหนือข้อศอกจะแนบกับซี่โครงอก ท่อนขาทั้ง 2 ข้างตรงขนานกัน

ขาหลัง ต้นขาใหญ่ กว้าง หนา เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ท่อนขาล่างขนานกันทั้ง 2 ข้าง

หาง ควรตั้งอยู่ในตำแหน่งสูงสุดต่อจากเส้นหลัง หางมีขนาดใหญ่โดยเฉพาะบริเวณโคนหางควรจะมีกล้ามเนื้อ

ขน ขนดกแน่น สามารถปกป้องน้ำได้เป็นอย่างดี ขนมี 2 ชั้น ขนชั้นนอกจะยาวและมีลักษณะค่อนข้างแข็ง เส้นขนมีความยืดหยุ่นในตัว สำหรับขนบริเวณด้านหลังของขาและใต้ท้องจะมีลักษณะค่อนข้างอ่อนนุ่มกว่าขนตามลำตัว

สีขน สีต้องเป็นสีน้ำตาลออกทอง ส่วนจะมีสีเข้มอ่อนไม่มีปัญหา ขนตามใบหน้าและลำตัวอาจจะมีเหลือบเทาหรือขาวก็ได้ แต่ถ้าเป็นรอยแต้มด่างสีขาว หรือมีขนสีขาวขึ้นแซมถือเป็นข้อบกพร่อง



ข้อควรจำ

     โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ทั่วไปก็มีปัญหาเหมือนหลายๆ สายพันธุ์เช่นกัน สิ่งหนึ่งคือ โรคที่เกิดจาก การถ่ายทอดจากพ่อแม่ถึงลูกสุนัข, รวมถึงโรค ข้อสะโพกอักเสบ โรคตาบางอย่าง อารมณ์ที่ไม่สม่ำเสมอ ของสุนัข ควรขอคำปรึกษา จากสัตวแพทย์ หากพบปัญหาเหล่านี้ ผู้ผสมพันธุ์ที่มีชื่อเสียงจะไม่มีความลังเลที่จะให้สัตวแพทย์ช่วยตรวจเลือกลูกสุนัขก่อนการซื้อ  

เกรทเดน (Great Dane)


เกรทเดน (Great Dane)
ช่างประจบประแจง ขี้อิจฉา สอนง่าย


ลักษณะทั่วไป

     สุนัขสายพันธุ์เกรทเดนนั้น มีความสง่าผ่าเผย มัดกล้ามสมส่วนดูหน้าเกรงขาม เกรทเดนถึงแม้จะดูตัวใหญ่น่าเกรงขามแต่มันไม่มีนิสัยก้ารร้าว บางครั้งมันมักจะมีอุปนิสัยดื้อและซน เกรทเดนจัดได้ว่าเป็นสุนัขที่มีเสน่ห์ มีความซื่อสัตย์และมีความจงรักภักดีต่อ และที่สำคัญเกรทเดนชอบที่จะได้รับความรักและความอบอุ่นจากผู้เป็นเจ้าของเสมอความเป็นมา

     เกรทเดนสุนัขสายพันธุ์นี้ถูกพัฒนาขึ้นในประเทศ เยอรมนี สุนัขพันธุ์เกรทเดนเป็นสุนัขที่มีขนาดใหญ่ แข็งแรง มีความสามารถเฉพาะตัวสูง ชาวเยอรมันได้พัฒนาสุนัขพันธุ์นี้ขึ้นมาเพื่อล่าหมูป่า แต่ในปัจจุบันเกรทเดนได้รับการพัฒนาสายพันธุ์ให้ดีขึ้น




 ลักษณะนิสัย

     เกรทเดนเป็นสุนัขที่ขี้ประจบ เป็นมิตร เงียบๆ และสุภาพกับเด็กๆที่ปฏิบัติต่อมันอย่างนิ่มนวล หากมีคนมาหาจะส่งเสียงเห่าดังๆ บอกเจ้าของให้รู้ แต่ไม่ก้าวร้าวหรือกัด

  การดูแล

     เกรทเดน เป็นสุนัขขนสั้น เรียบเป็นมันเงางาม ควรแปรงขนให้สุนัขเกรทเดนทุกสัปดาห์เป็นประจำ 5-10 นาที ก็เพียงพอ เพราะเป็นสุนัขที่มีขนชั้นเดียว ดังนั้นในขณะที่ขนตายกำลังร่วงขนใหม่ก็จะขึ้นมาทดแทนทันที ทั้งนี้ผู้เลี้ยงควรหาเวลาออกกำลังกายให้มันอย่างสม่ำเสมอ แต่อย่าลืมคำนึงถึงพื้นที่ของบ้านของคุณด้วย ส่วนเรื่องของการออกกำลังกาย เกรทเดนเป็นสุนัขที่แข็งแรง อยากรู้อยากเห็นตามสัญชาติญาณของสุนัขล่าเนื้อ จึงควรให้เกรทเดนได้ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อที่เขาจะได้ไม่อ้วนและไม่เครียด


 ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม

     เกรทเดนเติบโตอย่างรวดเร็วมาก ดังนั้นไม่ควรให้สุนัขออกกำลังกายมากเกินไปก่อนอายุ 12 เดือนต้องแน่ใจว่าบริเวณที่เลี้ยงควรมีรั้วรอบขอบชิด และเมื่อผู้เลี้ยงไม่อยู่บ้านต้องผูกสุนัขไว้ด้วยเพราะ เกรทเดน สามารถกระโดดข้ามรั้วได้สบายๆ ที่สำคัญผู้เลี้ยงจะต้องคอยให้ความรักความเอ็นดูสุนัขด้วยนะ






 มาตรฐานสายพันธุ์

ขนาด มีความสูงประมาณ 28 - 32 นิ้ว
เพศผู้ 54 - 90 กก. เพศเมีย 45 - 68 กก.

ศรีษะ ศีรษะใหญ่ แข็งแรง กว้าง บริเวณบทสุดของศีรษะนูนเล็กน้อย ส่วนกระบอกปากยาว

ฟัน ฟันสะอาด แข็งแรง มีลักษณะฟันแบบขบกรรไกร

ปาก ริมฝีปากมีสีดำ ส่วนของริมฝีปากล่างย้วยเล็กน้อย ปากด้านบนห้อยย้วยลงมาปิดปากล่าง

ตา ดวงตามีขนาดปานกลาง กลม แสดงความรู้สึกได้ดี เป็นประกาย

หู บาง ทรงสามเหลี่ยม โคนหูตั้งขึ้นแต่ส่วนบนหูพับลง นิยมตัดแต่งหูเป็นทรงสามเหลี่ยมหน้าจั่วแคบให้ตั้งสูง

จมูก จมูกโต สีดำ หรือสีตามสีขน เช่น สีเทา

คอ ขอใหญ่ แข็งแรง ยาวรับกับศรีษะและช่วงอก ตั้งสูง ดูสง่า

อก อกลึก ขยาย รับกับส่วนคอ และหัวไหล่ทั้ง 2 ข้าง

ลำตัว ลำตัวเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมได้สัดส่วน ช่วงหัวไหล่ กับอกอยู่ในระดับที่ไกล่เคียงกัน ดูมั่นคง สง่างาม เส้นหลังขนานพื้น ลาดลงไปยังโคนหางอย่างพอเหมาะพอดี

เอว -

ขาหน้า ท่อนขายาว หนา มั่นคงเข็งแรง เต้มไปด้วยกล้ามเนื้อ ขาหน้าทั้ง 2 ข้างขนานกัน

ขาหลัง ต้นขาใหญ่ แข็งแรง กล้ามเนื้อแน่นได้รูป มองเห็นชัดเจนยามเคลื่อนไหว ท่อนขาส่วนล่างยาว ขนานกันทั้ง 2 ข้าง

หาง หางยาวถึงท่อนขาส่วนล่าง มีขนาดปานกลาง โคนหางหนา หางทิ้งตกลง แต่ปลายหางเรียวแหลม กระดกขึ้นเล็กน้อย

ขน ขนของเกรทเดนเป็นขนสั้น เรียบ และเงา สีของขนอาจจะเป็นสีน้ำตาลสีเทาแกมเหลือง สีน้ำเงิน และสีดำ

สีขน ดำ น้ำเงิน สีลูกวัว ลายเสือ สีฮาเลควิน