วันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2557

ชาเป่ย (Sharpei)

ชาเป่ย (Sharpei)
สุขุม ซื้อสัตย์ และน่ารัก


 ลักษณะทั่วไป
     ชาเป่ยเป็นสุนัขขนาดกลาง รูปร่างคล้ายกับฮิปโปโปเตมัส ขนสั้น ลักษณะภายนอกที่เห็นแล้วระบุได้ชัดเจนว่า “เจ้าคือชาเป่ย” ก็คือหนังยับๆย่นๆ ปกคลุมบริเวณส่วนศีรษะและลำคอ แต่รอบย่นพวกนี้จะหายไปเมื่อมีอายุมากขึ้น


 ความเป็นมา 
     สุนัขพันธุ์ชาเป่ยชาร์ไป่ เป็นสุนัขที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน เป็นสายพันธุ์พื้นเมืองที่เกิดจากหมู่บ้านเล็กๆ เมืองไต้ลี่ มณฑลกวางตุ้ง และมีชีวิตอยู่ตั้งแต่ศตวรรษที่ 20 ในตอนใต้ของประเทศจีน สมัยราชวงศ์ฮั่น 

     และชื่อ ชาเป่ย หมายความว่า ผิวของดิน แต่ก็มีการตีความผิดไปว่า ผิวของกระดาษทราย หรือผิวหนังที่หยาบกร้านคล้ายกระดาษทราย จากการตีความหมายนี้ได้กลายเป็นคุณสมบัติเฉพาะของสุนัขพันธุ์ชาเป่ย ที่มีผิวหนังคล้ายสีของพื้นดิน น้ำตาลบ้าง ดำ-น้ำตาลบ้าง แต่ทุกสีจะมีลักษณะเดียวกันคือ ขนสั้น

     ทั้งนี้ มีการสันนิษฐานว่า ชาเป่ย น่าจะเกี่ยวโยงกับเชา เชา เพราะมีลักษณะร่วมกัน คือมีลิ้นสีน้ำเงินเข้ม หรือม่วง เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุด และถึงกับเคยถูกบันทึกให้เป็นสุนัขที่หายากที่สุดมาแล้ว แต่ปัจจุบันได้มีการเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย แต่เดิม ชาเป่ย ไม่ได้หน้าตาแบบที่เราๆ เห็นกัน เพราะกว่าเราจะได้เห็นหมาย่นเหมือนผ้าห่มไปทั้งตัวอย่างนี้ ก็ผ่านการพัฒนาสายพันธุ์มาเป็นะระยะ โดย ชาเป่ย เริ่มจากการเป็นหมาชาวบ้านชาวเมืองทั่วไป เฝ้าบ้าน เฝ้าไร่นาเรือกสวน ชาเป่ย ถูกพัฒนาในด้านความฉลาด และพละกำลัง หลังจากนั้น ชาเป่ยก็ถูกจับไปใช้ในการแข่งขัน คือเอามาต่อสู้กัน ตอนนี้เองที่เอกลักษณ์โดดเด่นของชาเป่ย ได้ถูกพัฒนาขึ้นมา นั่นก็ความยับย่นทั่วตัว ซึ่งว่ากันว่าเกิดขึ้นเพื่อช่วยไม่ให้ถูกคู่ต่อสู้งับไว้ได้ง่ายๆ 



 ลักษณะนิสัย
     ชาเป่ยเป็นสุนัขที่ฉลาดและค่อนข้างมีมาดพอสมควร ดูสุขุม นิ่งๆ ไม่ค่อยเป็นทั้งมิตรกับคนแปลกหน้าและสุนัขตัวอื่นๆ แต่มีความซื่อสัตย์กับเจ้าของสุดๆ และที่สำคัญชาเป่ยมีความสามารถในการเฝ้าบ้านเป็นอย่างมาก เชื่อฟังคำสั่งและชอบประจบเจ้าของ ไม่ชอบใช้ความรุนแรงหรือคอยหาเรื่องกับสุนัขตัวอื่น แต่จะสู้ไม่ถอยเมื่อโดนรังแก


 การดูแล
     ในเรื่องของการให้อาหารนั้น ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ผสมสีสังเคราะห์ (ไม่ใช่สีผสมอาหาร) วัตถุกันเสียและเนื้อแดง หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่ทำจากข้าวโพดและถั่วเหลือง เพราะอาจทำให้เกิดภูมิแพ้ได้ ส่วนในเรื่องของความสะอาดนั้น สุนัขชาเป่ยเป็นสุนัขที่ต้องการความสะอาดเป็นอย่างมาก เพราะชาเป่ยมีเหงื่อเยอะต้องหมั่นอาบน้ำให้สะอาดอยู่เสมอๆ และต้องคอยดูแลเรื่องการสะสมของสิ่งสกปรกในหูที่จะทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวกการที่จะเลี้ยงสุนัขชาเป่ยให้มีสุขภาพดีได้นั้น ผู้เลี้ยงจะต้องพาไปฉีดวัคซีน ถ่ายพยาธิ ดูแลเรื่องเห็บหมัดอย่างสม่ำเสมอ


 ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม
     สุนัขชาเป่ยเหมาะสำหรับผู้เลี้ยงที่ต้องการสุนัขที่ซื่อสัตย์กับเจ้านายเพียงคนเดียว ทั้งนี้ผู้เลี้ยงจะต้องเข้าใจอุปนิสัยของสุนัข ต้องมีเวลาในการดูแลเรื่องของความสะอาด และต้องเข้าใจถึงการแสดงออกของสุนัขด้วย


 มาตรฐานสายพันธุ์

ขนาด สูงประมาณ 18-20 นิ้ว หนัก 22.5 - 30 กิโลกรัม

ศรีษะ หัวค่อนข้างโต แต่ไม่มากเกินไป บริเวณหน้าผากมีรอยย่นชัดเจน

ฟัน มีความแข็งแรง ขบแบบกรรไกร

ปาก ริมฝีปากดำ หรือน้ำตาลเข้ม ปากบนย่นห้อยลงมาปิดปากล่าง

ตา ดวงตาคล้ายเมล็ดอัลมอลต์ แววตาดูเศร้าหม่นๆ สีนัยน์ตาจางๆ

หู หูมีลักษณะเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมและพับลง

จมูก จมูกสีดำ หรือ สีอิฐ (สีชมพูผสมสีดำ)

คอ ลำคอมีความยาวพอดีสมส่วนกับลำตัว มีรอยยับย่นรอบลำคอ

อก กว้าง ลึก 

ลำตัว ลำตัวเป็นทรงสีเหลี่ยม ผิวหนังย่น มีส่วนสูงน้อยหว่าความยาวของลำตัวเล็กน้อย

เอว -

ขาหน้า ขาหน้าหนา ตรงแข็งแรง มั่งคง 

ขาหลัง ขาหลังส่วนต้นขาถึงขาท่อนล่างจะยาวกว่าจากขาท่อนล่างถึงข้อเท้า ขาท่อนล่างทั้ง 2 ข้างขนานกัน

หาง หางตั้งสูง

ขน ขนดกและสั้นมาก

สีขน มีเกือบทุกสี


ข้อควรจำ
     ชาเป่ยเป็นสุนัขที่มีน้ำลายเยอะมาก ดังนั้นต้องทำใจไว้ก่อนว่าจะเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านจะต้องเต็มไปด้วยน้ำลายของชาเป่ย


ที่มา :
http://th.wikipedia.org / www.pedigree.co.th

ภาพประกอบ :
http://www.dogjing.com/cute-shar-pei-puppies/shar-pei-dog-puppies-photo-and-wallpaper-beautiful-shar-pei-dog/
http://photobabycontest.com/shar-pei-puppies-wide-wallpapers.html
http://www.valdaro.co.uk/

ชเนาเซอร์ (Schnauzer)

 ชเนาเซอร์ (Schnauzer)
หมามีคิ้ว รักบ้าน รักเจ้าของ และรักเด็ก



ลักษณะทั่วไป
     ชเนาเซอร์มีถึง 3 สายพันธุ์ คือ ไจแอนท์ ชเนาเซอร์ สแตนดาร์ดชเนาเซอร์ และ มินิชเนาเซอร์ เป็นสุนัขที่มีเอกลักษณ์ประจำตัวคือ มีคิ้ว มีหนวด ดูน่าเกรงขามและดุ แต่ตรงกันข้ามเป็นสุนัขที่รักบ้าน และเจ้าของมากๆ เป็นมิตรกับคนด้วยโดยเฉพาะเด็กๆ


 ความเป็นมา
   ชเนาเซอร์สุนัขพันธุ์เก่าแก่ ต้นกำเนิดเป็นสุนัขเลี้ยงแกะ ถิ่นกำเนิดอยู่ทีประเทศเยอรมันนี โดยคำว่า ชเนาซ์ (Schnauze) เป็นภาษาเยอรมัน มีความหมายว่าปาก คำว่าชเนาเซอร์จึงมีความเหมาะสมที่จะเรียกสุนัขที่มีหนวดเคราอย่างสุนัขพันธุ์นี้ ในสมัยก่อนพ่อค้าที่ต้องเดินทางในช่วงศตวรรษที่ 15-16 จะใช้ชเนาเซอร์เพื่อคุ้มกันรถบรรทุกเทียมม้าในระหว่างการเดินทางไปแต่ละหมู่บ้าน ขนาดดัวของสุนัขไม่ควรจะใหญ่เกินไปเพราะต้องสามารถอยู่บนหลังคาของรถบรรทุกเทียมม้าขณะเดินทางได้ แต่ก็ต้องดุร้ายพอที่จะขับไล่พวกขโมยได้ด้วยเช่นกัน มินิเอเจอร์ และไจแอนท์ชเนาเซอร์ถูกพัฒนาจากสแตนดาร์ดชเนาเซอร์



 ลักษณะนิสัย
     เป็นสุนัขที่ฉลาด กระฉับกระเฉง ว่องไว สนใจและสำรวจสภาพแวดล้อมของมันอยู่เสมอ มีความรักให้กับครอบครัวผู้เลี้ยงและชอบอยู่กับคนที่สุด มีความซื่อสัตย์จงรักภักดี ไม่ก้าวร้าว มีสัญชาตญาณความปลอดภัยดี หากพบคนแปลกหน้ามันจะไม่สน ผู้เลี้ยงจึงควรแนะนำผู้มาเยี่ยมให้มันรู้จัก แต่ถึงอย่างไรก็ต้องขึ้นอยู่กับพื้นฐานการเลี้ยงจากเจ้าของ เพราะนิสัยของแต่ละตัวก็จะย่อมแตกต่างกันไป



การดูแล
     สุนัขพันธุ์ชเนาเซอร์นั้น ไม่ค่อยมีปัญหาในการดูแลอะไรมาก เพราะเป็นสุนัขทอดทนและแข็งแรง แต่สิ่งที่ต้องดูแลอย่างสม่ำเสมอคือ เรื่องของความสะอาด ผู้เลี้ยงจะต้องอาบน้ำให้สุนัขอาทิตย์ละ 1 ครั้ง โดยแชมพูที่ใช้นั้นควรจะใช้ของสุนัข โดยเฉพาะและมีความอ่อนโยนต่อผิว ควรแปรงขนอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง อาจมีตัดขนได้บ้าง หากไม่ต้องการให้มีเยอะมากเกินไป



มาตรฐานสายพันธุ์

ขนาด มินิชเนาเซอร์ 13.5 นิ้ว , สแตนดาร์ดชเนาเซอร์ 16.5 - 17.5 นิ้ว , ไจแอนท์ชเนาเซอร์ 25.5 – 27.5 นิ้ว

ศรีษะ มีลักษณะเหมือนสี่เหลี่ยมผืนผ้า ส่วนบนของกะโหลกศีรษะจะค่อนข้างแบนและยาว

ฟัน ฟันสบกันแบบกรรไกร ไม่ยื่นออกมาข้างนอก

ปาก ความยาวของปากมีขนาดใกล้เคียงกับความยาวของกะโหลก มีเคราหนา

ตา มีลักษณะรูปไข่ มีสีน้ำตาลเข้ม

หู มีขนาดปานกลาง ปลายหูจะแหลม แหนบติดกับกะโหลดศีรษะมีฐานตั้งขึ้นเล็กน้อย และพับลงมามีลักษณะเป็นรูปตัว v

จมูก ดำเป็นมันเงา

คอ แข็งแรงและโค้งเล็กน้อยลาดลงมาจนถึงบริเวณไหล่ หนังบริเวณคอจะไม่ย่น

อก กว้างพอสมควรไม่แผ่ออกมามากเกินไป

ลำตัว ลำตัวค่อนข้างสั้น ช่วงอกขยายไปถึงช่วงข้อศอกทั้ง 2 ข้าง ซี่โครงขยายและลึกไปจนถึงช่วงท้ายลำตัว  ใต้ลำตัวไม่หนาหรือใหญ่เทอะทะ หลังค่อนข้างตรง ด้านหลังช่วงบั้นท้ายโค้งลาดลงเล็กไปยังโคนหาง ความยาวจากอกถึงก้นยาวเท่าๆ กับส่วนสูงจากเท้าหน้าถึงหัวไหล่ 

เอว -

ขาหน้า ขาหน้าเหยียดตรงและขนานกัน

ขาหลัง จะมีโคนขาที่แข็งแรงมีกล้ามเนื้อ จะไม่อยู่เหนือกว่าไหล่

หาง ตั้งตรงและอยู่สูงไม่ยาวหรือสั้นจนเกินไป

ขน มีสองชั้น ชั้นนอกจะหยาบ แข็งและหยิก ชั้นในขนจะอ่อน

สีขน มี 3 สี คือ สีเกลือพริกไทย (เทา) , สีดำหน้ากากขาว , สีดำทั้งตัว



ที่มา :
http://women.sanook.com/pets/breed/dogs_43520.php http://sommay.joomlathaihosting.0lx.net/daow/index.php?option=com_content&view=article&id=59&Itemid=62 http://202.29.138.73/studentweb/dog/dogp7.html http://chiangmaischnauzer.tarad.com/article.php?id=7161〈=th http://www.plasmakennel.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=414927&Ntype=7 http://www.chaotoob.com/forum/index.php?topic=65.0 http://pet.kapook.com/view5997.html http://www.petloversclub.com/v01/index.php?p=petinfo&pet_id=13

ภาพประกอบ :
http://commons.wikimedia.org/wiki/File:Miniature_schnauzer_blackandsilver.jpg
http://pretoria.olx.co.za/lost-schnauzer-dog-buffy-iid-502670966
http://all-puppies.com/hd-miniature-schnauzer-puppies-wallpaper.html

แจ็ครัสเซลล์เทอร์เรีย (Jack Russell Terrier)

แจ็ครัสเซลล์เทอร์เรีย (Jack Russell Terrier)
ตัวเล็กแสนซน ตั่วป่วนประจำบ้าน


ลักษณะทั่วไป
     เป็นนักล่าตัวเล็กๆ ที่ยอดเยี่ยม มีความว่องไวในการไล่ล่า เป็นสุนัขที่ฉลาดและเชื่อฟังคำสั่งของเจ้านายและปฏิบัติตามได้เป็นอย่างดี



 ความเป็นมา
     แจ็ครัสเซลล์ได้มีการเพาะพันธุ์สายพันธุ์ขึ้นมาใหม่เมื่อต้นปี ค.ศ. 1800 ในประเทศอังกฤษโดยศาสนจารย์ Jack Russell ซึ่งภายหลังสุนัขพันธุ์ดังกล่าวจึงถูกเรียกว่า Jack Russell Terrier (JRT) ตามชื่อของท่านศาสนจารย์ นอกจาก Jack Russell Terrier จะมีชื่อตามศาสนจารย์ที่เรียกกันแล้ว ก็ยังมีบางครั้งที่คนมักเรียกก็คือ PARSON JACK RUSSELLโดยทั่วไปแล้วสุนัขสายพันธุ์กลุ่ม TERRIER จะใช้ในการล่าสัตว์และติดตามเหยื่อไปหลังจากที่เหลือ โดยสุนัขในกลุ่ม HOUND ไล่ต้อนมาก่อนหน้านี้แล้ว


 ลักษณะนิสัย
     แจ็ครัสเซลล์เทอร์เรียร์ มีความเป็นนักล่าตัวเล็กๆ โดยจะไล่ล่าไปตั้งแต่ หมาจิ้งจอก จนถึงหนูตัวเล็กๆ มันจะใช้เวลาในการสำรวจพื้นที่ก่อนจะทำการไล่ล่า แจ็ครัสเซลล์ ทอร์เรียร์เป็นสุนัขที่มีความฉลาด ซึ่งเห็นได้ ชัดจากการที่สุนัขเชื่อฟังคำสั่งของเจ้าของได้อย่างน่าประทับใจ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในสนามแข่งขัน


 การดูแล
     สุนัขพันธุ์แจ็ครัสเซลล์เทอร์เรียร์ ไม่จำเป็นต้องอาบน้ำบ่อย การอาบน้ำแค่เดือนละครั้งก็ไม่ถือว่าน้อยเกินไป และปริมาณการอาบน้ำอาจจะมีเพิ่มมากขึ้น ได้ถ้าสุนัขชอบเล่นซนหรือไปคลุกกับสิ่งสกปรกต่างๆ แต่ก็ไม่ควรอาบน้ำบ่อยจนเกินไป เพราะจะทำให้ผิวหนังแห้งเนื่องจากน้ำมันที่ให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติถูกชำระล้างออกไป และไม่ควรใช้แชมพูหรือสบู่ของคนเพราะไม่เหมาะกับสภาพผิวของสุนัข นอกจากนี้ยังต้องแปรงขนเพื่อกำจัดขนที่หลุดร่วงออกไปสัปดาห์ละครั้งด้วย สุนัขพันธุ์นี้จะมีการผลัดขนทุกปี ซึ่งในช่วงนั้นอาจจะต้องแปรงขนหรืออาบน้ำบ่อยขึ้น

     นอกจากนี้คุณผู้เลี้ยงยังต้องคอยสังเกตลักษณะของ ดวงตา ฟัน หู เท้า และเล็บอย่างสม่ำเสมอด้วย เพราะหากพบปัญหาก็จะได้รักษาตั้งแต่เบื้องต้น โดยเฉพาะในลูกสุนัข


 ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม
     สุนัขพันธุ์แจ็กรัสเซลล์มีพลังงานสูง ผู้เลี้ยงควรจะมีเวลาพาพวกเขาไปออกกำลังกายเป็นประจำ ชอบใช้ชีวิตในแบบแอคทีฟ สนุกสนาน สร้างสรรค์และต้องการความร่าเริงกับชีวิต แจ็กรัสเซลล์ต้องหารการดูแลเอาใจใส่ การได้ทำกิจกรรมร่วมกับเจ้าของ ชีวิตผู้เลี้ยงที่ชอบหยุดนิ่งอยู่เฉยๆ อาจจะรู้สึกหงุดหงิดง่าย และเหนื่อยที่จะเลี้ยงค่ะ หากบ้านมีพื้นที่ให้พวกเขาได้วิ่งเล่นจะดีมากๆ 

 มาตรฐานสายพันธุ์

ขนาด ในอเมริกาและอังกฤษ ขนาดของสุนัขจะอยู่ที่ 10-15 นิ้ว แต่ในออสเตรเลีย Jack Russell Terrier จะถูกแบ่งออกเป็น 2 สายพันธุ์คือ JACK RUSSELL จะมีขนาด 10-12 นิ้ว PARSON JACK RUSSELL ขนาด 12-14 นิ้ว
   
ศรีษะ ควรจะมีกะโหลกโต

ฟัน ฟันแข็งแรง มีลักษณะแบบขบกรรไกร 

ปาก ริมฝีปากต้องมีสีดำ

ตา เป็นรูปแอลมอนด์ ดวงตาสีเข้ม ดูเปล่งประกาย ฉายแววซุกซน

หู หูต้องเป็นรูปตัว V และตกไปทางด้านหน้า

จมูก จมูกต้องมีสีดำ

คอ ยาวกำลังดี มีกล้ามเนื้อแข็งแรง เรียบเนียน มั่นคง

อก อกแคบ เล็ก ตื้นไม่ลึก

ลำตัว ความกล้างและส่วนสูงของลำตัวใกล้เคียงกัน ไม่ต่างกันมาก กล้ามเนื้อยืดหยุ่ดได้ดี ดูเป็นนักกีฬา อกแคบตื้นระหว่างขาหน้าทั้ง 2 ข้างชิดกัน ช่วงท้ายลำตัวลาดลงไปยังส่วนหางเล็กน้อย 

เอว -

ขาหน้า ขาต้องตรงและมีกล้ามเนื้อที่ต้นขา

ขาหลัง ขาต้องตรงและมีกล้ามเนื้อที่ต้นขา

หาง หางต้องสั้นและชี้ขึ้น

ขน มีด้วยกัน 3 แบบ คือ ขนสั้น ขนหัก และขนยาว ขนหักและขนยาวจะค่อนข้างหยาบเมื่อเทียบกับขนสั้น แต่ขนสั้นก็ไม่ควรจะอ่อนนุ่มและเป็นมันจนเกินไป เนื่องจากขนเหล่านี้ช่วยปกป้องสุนัขในเวลาที่ออกไปล่าสัตว์  
  
สีขน ขนควรจะมีสีขาวตั้งแต่ 51% หรือมากกว่าขึ้นไปในร่างกาย และมี MARKINGS เป็นสีน้ำตาลหรือดำ หรือทั้งน้ำตาลและดำ ซึ่งเรียกว่า TRI COLOURED MARKING ของสุนัขพันธุ์นี้ส่วนใหญ่จะพบที่บนใบหน้า รอบตา หู ที่ก้นถึงหางและเล็กน้อยบนลำตัว   


 ข้อควรจำ
     แจ็กรัสเซลล์มีโอกาสเป็นโรคได้หลายโรค ไม่ว่าจะเป็นโรคเกี่ยวกับดวงตา เช่น ตาแฉะ ลืมตาไม่ได้ สีตาเปลี่ยน หรือโรคหัวใจที่ส่งผลต่อระบบการหายใจ โรคตับที่ส่งผลให้ มีการขับปัสสาวะออกมามาก ความต้องการอยากอาหารลดลง หากพบความผิดปกติของร่างกายควรพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการรักษาเบื้องต้น
 ความน่ารักของสุนัขพันธุ์นี้

ภาพประกอบ:
http://commons.wikimedia.org/wiki/File:Jack_Russell_Terrier_2.jpg
http://commons.wikimedia.org/wiki/File:Jack_Russell_Terriers_Eddi_%26_Lola.JPG
http://myterrierdog.info/?p=176

เคน คอร์โซ่ (Cane Corso)

เคน คอร์โซ่ (Cane Corso)
ฉลาดหลักแหลม ง่ายต่อการฝึกวินัยและการเชื่อฟังคำสั่ง


ลักษณะทั่วไป
     เคน คอร์โซ่เป็น 1 ใน 2 สายพันธุ์ อิตาเลียน มาสทิฟฟ์ มีรูปร่างใหญ่ มั่นคง กล้ามเนื้อและกระดูกแข็งแรง แลดูสง่างาม ทรงพลัง เคลื่อนไหวคล่องแคล่ว สง่างาม ขนสั้น กระด้าง เรียวตัวหนาแน่น ป้องกันน้ำได้ดี  สีขนมีได้ทั้งสีดำ สีเทา สีน้ำตาลเหลือง สีแดง หรือจนที่เป็นลักษณะคล้ายลายเสือ เป็นต้น



ความเป็นมา
     เคน คอร์โซ่ เป็นสุนัขพื้นเมืองของอิตาลี เดิมพวกเขาเป็นที่รู้จักเพียงทางตอนใต้ของอิตาลีเท่านั้น ไม่เป็นที่รู้จักกว้างขวาง แต่ก็มีภาพของพวกเขาปรากฎเห็นในภาพวาด งานศิลปะ ที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาตร์ของอิตาลีอยู่จำนวนมาก  ชื่อ เครน คอร์โซ่ ได้มาจาก คาเน่ ดา คอร์โซ  ชื่อประเภทสุนัขที่ใช้ทำกิจกรรมต่างๆ ในชนบท เช่น ต้อนแกะ ล่าสัตว์ เฝ้าไร่นา ต่อสู้กับหมี  ด้วยเหตุนี้เคน คอร์โซ่ จึงเป็นสุนัขที่ทำหน้าที่บอร์ดี้การ์ดได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ในช่วงปี ค.ศ. 1970 สุนัขสายพันธุ์นี้ค่อยลดจำนวนลงจนใกล้สูญพันธุ์ จึงได้มีการพัฒนาและผสมพันธุ์ให้กลับมา  2 สายพันธุ์  แล้วกลายเป็นที่นิยมทั่วโลกในเวลาถัดมา โดยเฉพาะเมื่อถูกนำเข้ามายังสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1987 เคน คอร์โซ่ ได้รับการยอมรับโดยสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัขสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 2010



 ลักษณะนิสัย

     เคน คอร์โซ่ เป็นสุนัขที่ฉลาดหลักแหลม  ง่ายต่อการฝึกวินัยและการเชื่อฟังคำสั่ง พวกเขาซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อเจ้าของมาก กระตือรือร้น เฝ้าบ้านได้ดี มีความกล้าหาญและจิตวิญญาณของสุนัขผู้พิทักษ์  ตอบสนองต่อบุคคล หรือสัตว์ที่เพิ่งพบเห็นไม่ดีเท่าไหร่ เจ้าของจึงไม่ควรกระตุ้นให้พวกเขาหวาดระแวงตามสัญชาตญาณผู้ปกป้อง จนแสดงอาการก้าวร้าวออกมา  อย่างไรก็ตาม ถึงแม้พวกเขาจะดูกล้าหาญ เข้มแข็ง แต่เขาก็ต้องการความรัก ความเอาใจใส่จากครอบครัวสูง เป็นมิตรเด็กๆ สุภาพ อ่อนโยน และเป็นเพื่อนที่ดี


 การดูแล
     เคน คอร์โซ่ มีขนสั้น หนา ควรได้รับการแปรงขนเป็นประจำอย่างน้อยที่สุดทุกสัปดาห์ เพื่อพลัดขนเก่าและ นวดผิวหนัง ซึ่งจะช่วยให้สุขภาพขนดีและเงางาม  ไม่จำเป็นต้องอาบน้ำทุกสัปดาห์ ควรอาบประมาณ  2-3 สัปดาห์ต่อครั้ง หรืออย่างน้อยที่สุด 1 เดือนต่อครั้ง  หูของพวกเขาควรได้รับการดูแลทำความสะอาดเป็นพิเศษเป็นประจำทุกอาทิตย์ เพื่อป้องกันสาเหตุการติดเชื้อในหู  ในส่วนการออกกำลังกาย เคน คอร์โซ่ มีพละกำลัง รักการผจญภัย และมีพลังงานสูง จึงต้องพาออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน พวกเขาสามารถวิ่งจ้อกกิ้งและปีนเขาระยะไกลได้ ซึ่งจริงๆ แล้วพวกเขาเป็นสุนัขที่ต้องการบ้านที่มีสนามหญ้ากว้าง มีรั้วรอบขอบชิด



 ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม
     ตามธรรมชาติของเคน คอร์โซ่ พวกเขาเหมาะกับบ้านที่มีสนามหญ้า อย่างไรก็ตามพวกเขาสามารถเลี้ยงให้อยู่ภายในอพาร์ตเม้นท์ได้ แต่ต้องพาเขาออกไปเดินเล่น ออกกำลังกายอย่างเพียงพอเป็นประจำ  เอาใจใส่ดูแลและอยู่เป็นเพื่อนกับเขา เพราะถ้าพวกเขาได้ความรัก การเอาใจใส่ที่ไม่เพียงพอ อาจจะทำลายข้าวของ เป็นการเรียกร้องความสนใจ ในส่วนของการทำความสะอาด พวกเขาต้องการการแปรงขนเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เช่นเดียวกับการทำความสะอาดหู ควรตรวจดูและทำความสะอาดทุกสัปดาห์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ


 มาตรฐานสายพันธุ์

ขนาด เพศผู้ส่วนสูงประมาณ 24 – 27 นิ้ว น้ำหนัก 45-50 กิโลกรัม ส่วนเพศเมียส่วนสูง 23-25 นิ้ว น้ำหนัก 40-45 กิโลกรัม

ศรีษะ มองจากด้านหน้า ศีรษะกว้าง โค้งเล็กน้อย ความกว้างและความยาวเท่ากัน  มองจากด้านข้างจะเห็นมุมโค้ง เริ่มที่ตำแหน่งเหนือดวงตา  แล้วแบนราบลงทั้งด้านหน้า และด้านหลังลงไปยังตำแหน่งท้ายทอย หากมองจากด้านบนจะเห็นเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม มีมุมโค้งช่วงกระดูกโหนกแก้ม ปกคลุมด้วยกล้ามเนื้อที่มีพละกำลัง  จุดหนักบนใบหน้าระหว่างตาทั้ง 2 ข้างกำลังดี หักได้รูป มีส่วนนูนขึ้นมา จากโพรงของกระดูกศรีษะเหนือตำแหน่งตาทั้ง 2 ข้าง

ฟัน ต้องขบกันได้แนบสนิทเหมือนกรรไกร โดยฟันด้านหน้าแถวบนขบเกยอยู่ด้านนอก ซึ่งลักษณะของฟันสำหรับสุนัขพันธุ์โกลเด้น

ปาก ริมฝีปากกระชับ เชื่อมต่อกับรูจมูตัว “U” สีริมฝีปากขึ้นอยู่กับสีของแต่ละตัว เช่นขนสีดำก็ริมฝีปากก็จะสีดำ ถ้าสีเทาริมฝีปากก็จะมีสีเทา เป็นต้น

ตา ตามีขนาดปานกลาง ทรงอัลมอนด์ ไม่กลม ขอบตากระชับ ไม่คล้อยตก นัยน์ตาสีดำ สีน้ำตาลเข้ม  หรือสีเทา

หู ตั้งตรงเหนือกระดูกแก้มทั้ง 2 ข้าง หากเป็นหูที่มีการตัดแต่ง ควรมีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมด้านเท่า แต่หากไม่มีการตัดแต่งจะมีขนาดปานกลาง  รูปทรงสามเหลี่ยม แนบข้างแก้ม ไม่ขยายใหญ่หรือยาวเลยไปถึงบริเวณกราม

จมูก ใหญ่ รูจมูกเปิดกว้าง สีเข้ากันกับสีขนของแต่ละตัว ส่วนใหญ่จะเป็นสีดำและสีเทา

คอ โค้งรับกับไหล่กำลังดี ที่คอจะมีหนังย่นเล็กน้อย คอมีความยาวประมาณ 1 ใน 3 ของความสูงที่ยาวที่สุดบนหลัง

อก กว้าง กล้ามเนื้อแน่น ขับเน้นช่วงหน้าให้แข็งแรง

ลำตัว ใหญ่ หนา เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแรง ซี่โครงยาว ขยาย  ซี่โครงหน้าอกที่ลึกเข้าไปจะอยู่ต่ำจากหัวไหล่ กึ่งกลางของส่วนสูงพอดี ส่วนที่สูงที่สุดของหัวไหล่ที่อยู่เหนือแผ่นหลังเล็กน้อย

เอว -

ขาหน้า กล้ามเนื้อช่วงไหล่แข็งแรง ขนาบเกราะซี่โครง ขาหน้าตั้งตรง กระดูกขาสวยได้รูป เห็นกล้ามเนื้อชัดเจน

ขาหลัง แข็งแรง สมดุลกับช่วงหลัง หน้าแข้งยาว กว้าง กล้ามเนื้อสวยได้รูป ช่วงโค้งหน้าขาโค้งกำลังพอดี  ท่อนขาแข็งแรง โครงสร้างกล้ามเนื้อสวยงาม ข้อเท้าหนา สะอาด ขนานกันทั้ง 2 ข้าง เมื่อมองจากด้านหลัง

หาง ตั้งตรงต่อจากเส้นหลัง โคนหางหนา ไม่ค่อยเรียวเล็กลงช่วงปลายหาง  ปกติหางจะตกลง  หรือยกตั้งขนานกับพื้น สูงกว่าหลังนิดหน่อย  หรืออาจตั้งขึ้นตั้งฉากกับพื้น แต่ส่วนมากแล้วหางจะถูกตัดให้เหลือเพียง 1 ใน 4 ของหางเดิมที่มีอยู่ ซึ่งหางจะตั้งขึ้น ไม่ทิ้งต่ำ

ขน สั้น แน่น และเงางาม  ขนชั้นล่างจะหนาขึ้นเมื่อถึงฤดูหนาว

สีขน ไม่ว่าจะเป็นสีเดียวล้วน หรือเป็นลาย ควรเป็นสีดำ สีเทาอ่อน สีเทาเข้ม  สีแดง สีน้ำตาลเหลืองอ่อนและเข้ม  มีแต้มสีขาวบนหน้าอก คอ คาง  ด้านหน้าข้อเท้า และบนนิ้วเท้า


 ข้อควรจำ
     โรคประจำตัวของเคน คอร์โซ่ส่วนใหญ่จะเป็น โรคกระดูกเคลื่อน ลำไส้บวม  และต่มน้ำตาขยายใหญ่ เพื่อความแน่ใจว่าลูกเคน คอร์โซ่ที่นำมาเลี้ยงเสี่ยงต่อโรคดังที่กล่าวมาหรือไม่ ต้องตรวจสอบดูจากพ่อและแม่ของพวกเขา เนื่องจากเป็นโรคที่ติดมาทางกรรมพันธุ์ นอกจากนี้ ควรพาพวกเขาไปตรวจร่างกายและฉีดวัคซีนอย่างสม่ำเสมอเพื่อป้องกันโรคต่างๆ   

ที่มา 
http://www.akc.org/breeds/cane_corso/index.cfm
http://www.terrificpets.com/dog_breeds/cane_corso_italian_mastiff.asp

ภาพประกอบ :
http://www.mascotarios.org/en/cane-corso/
http://www.championcorso.com/cane-corso-photo-gallery-pics.html
http://olympiancanecorso.com/home/dsc_0019/










วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

เคอร์รี บลู เทอร์เรีย (Kerry Blue Terriers)

เคอร์รี บลู เทอร์เรีย (Kerry Blue Terriers)
ฉลาด คล่องแคล่ว เชื่อฟังคำสั่ง


ลักษณะทั่วไป

     เคอร์รี่ บลู เทอร์เรีย เป็นสุนัขฉลาด คล่องแคล่ว เชื่อฟังคำสั่ง มีลักษณะการยืนที่มั่นคง โดดเด่น ลำตัวเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแรงตามแบบสายพันธุ์เทอร์เรีย ขนหยักหนาทั่วตัว สีน้ำเงินเทามีตั้งแต่อ่อนไปจนถึงสีเข้ม ถ้าไม่ใช่สีดังกล่าวถือว่าไม่ได้มาตรฐาน  มีอายุอยู่ในช่วง 12 – 15 ปี


ความเป็นมา

     เคอร์รี่  บลู เทอร์เรีย เป็นสุนัขภูเขา มีต้นกำเนิดอยู่ที่ คันที เคอร์รี่ ประเทศไอร์แลนด์ ในปี ค.ศ. 1700 โดยเลี้ยงไว้เพื่อจุดประสงค์ ในการใช้งาน และใช้สำหรับเกมล่าสัตว์เล็กๆ และใช้ในการล่านก ต้อนแกะ ต้อนวัว ชาวนาในไอร์แลนด์ได้คิดพัฒนาสายพันธุ์เคอร์รี่ เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มชนชั้นสูง ซึ่งพวกเขาได้ถูกนำไปช่วยชาวนาในการล่อสัตว์เล็กๆ ที่อยู่ตามพื้นดิน บลูเทอร์เรียถือได้ว่าเป็นเทอร์เรียประจำชาติของไอร์แลนด์ และต่อมาได้กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติไอร์แลนด์ในเวลาต่อมา



 ลักษณะนิสัย

     เคอร์รี่ บลู เทอร์เรีย มีจิตวิญญาณ แห่งความเป็นสุนัขสูง ไม่ว่าจะความซื่อสัตย์  ฉลาด เป็นมิตร น่ารัก จิตใจดี สุภาพอ่อนโยน สามารถป้องและดูแลครอบครัวได้อย่างดี  แต่จากขนาด ความสูง ความแข็งแกร่ง และสีที่มีลักษณะเฉพาะ พวกเขามักถูกนำไปใช้ในการแข่งขันสุนัข โดยมีชื่อขนานนามว่า “ปีศาจสีน้ำเงิน” (Blue Devils) อย่างไรก็ตาม ด้วยสายเลือดนักล่า พวกเขาจะชอบวิ่งไล่แมว หรือสัตว์ตัวเล็กๆ รวมถึงสุนัขพันธุ์เล็กด้วย ผู้เลี้ยงจึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษ และโดยธรรมชาติของเคอร์รี่ บลู เทอร์เรีย แล้วพวกเขาเหมาะกับการนำไปใช้งาน ไม่ว่าจะทั้งงานในที่ร่มหรือที่แจ้ง ซึ่งพวกเขาฉลาดและมีไหวพริบอย่างเหลือเชื่อในการทำงาน ไม่ว่าต้อนแกะ ติดตามเส้นทาง และการล่าสัตว์ นอกจากนี้พวกเขายังเป็นสุนัขที่เชื่อฟังคำสั่ง ตื่นตัว สามารถสอนทักษะใหม่ๆ ได้ง่าย ไม่ว่าจะเรื่องการนำไปใช้งาน หรือให้เล่นเกมน่ารักๆ เพื่อความสนุกสนาน แต่เวลาสอนพวกเขาควรใช้โทนเสียง และน้ำเสียงที่อ่อนโยนกับพวกเขา เพราะเคอร์รี่ บลู เทอร์เรีย ค่อนข้างอ่อนไหวง่ายต่อการรับคำสั่ง ผู้เลี้ยงควรระมัดระวังเป็นพิเศษ


 การดูแล

     เคอร์รี่ บลู เทอร์เรีย เป็นสุนัขที่ไม่ค่อยเกิดอาการแพ้บริเวณผิวหนัง การทำความสะอาดไม่ยุ่งยากเท่าใดนัก เพียงแปรงขนเป็นประจำทุกสัปดาห์ และได้รับการตัดแต่งขนเมื่อยาวเกินไป เพื่อไม่ให้ขนพันกันเป็นสางกะตัง อักเสบที่ผิวหนังจนเกิดการติดเชื้อ และควรอาบน้ำให้ 3-4 สัปดาห์ต่อครั้ง ส่วนการออกกำลังกายเนื่องจากเคอร์รี่ บลู เทอร์เรียมีความเป็นสุนัขนักแข่งอยู่ในสายเลือด  พวกเขาจึงต้องการออกกำลังกายมากเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะการเดิน หรือ วิ่ง พวกเขาก็จะรู้สึกดี ชื่นชอบมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการได้ออกกำลังกายร่วมกับเจ้าของจะช่วยให้เขายิ่งรู้สึกผูกพันมากยิ่งขึ้น

 ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม

     เคอร์รี่ บลู เทอร์เรียมีความตื่นตัวและต้องการใช้พลังงาน รวมทั้งการออกกำลังกายสูง แต่พวกเขาก็สามารถอยู่ได้ดีในอพาร์ตเม้นท์หรือบ้านหลังเล็ก พวกเขาสามารถวิ่งเล่นหากิจกรรมได้เองภายในบ้าน พวกเขาค่อนข้างขี้เบื่อควรจัดหากิจกรรมให้เขาได้เล่น หรือถ้ามีสนามหญ้าก็ปล่อยให้เขาได้วิ่งเล่นบ้าง แต่ว่าควรล้อมรั้วไว้ให้เรียบร้อย ผู้เลี้ยงไม่ควรล่ามเขาไว้อยู่กับที่ตลอดทั้งวัน เพราะพวกเขาต้องการความรักและการเอาใจใส่สูง  การปล่อยทิ้งให้เขาอยู่ตัวเดียวเป็นเวลานานจะส่งผลเสียต่อสภาวะจิตใจได้



 มาตรฐานสายพันธุ์

ขนาด    เคอร์รี่ บลู เทอร์เรียเพศผู้จะมีส่วนสูงประมาณ 18.5-20 นิ้ว น้ำหนัก 15-18 กิโลกรัม ส่วนเพศเมียมีส่วนสูงประมาณ 17.5-19 นิ้ว น้ำหนัก 15-18 กิโลกรัม

ศรีษะ   ศีรษะแบน ช่วงกระโหลกศีรษะระหว่างตา 2 ข้างหักเพียงเล็กน้อย ความกว้างศีรษะระหว่างหูทั้ง 2 ข้างมีขนาดปานกลาง  ศีรษะด้านหน้าเต็ม ความยาวของศีรษะและใบหน้าใกล้เคียงกัน  ขากรรไกรลึก แข็งแรง และมีกล้ามเนื้อ แก้มได้ระดับพอดี ไม่ขรุขระ ไม่เรียบ

ฟัน ฟันขาว แข็งแรง ฟันบนเกยฟันล่างเล็กน้อย ลักษณะฟันแบบขบกรรไกร

ปาก กระบอกปากยาว มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยม

ตา ตาอยู่ในตำแหน่งที่ดี นัยน์ตา สีเข้ม ลึก ไม่มีตำหนิ มีแววเฉลียวฉลาด

หู    หูมีลักษณะรูปตัววี ( V) ขนาดเล็กพอเหมาะพอดีกับขนาดตัว ความหนาของหูไม่มากไม่น้อยเกินไป หูพับลงอยู่ใกล้กับแก้ม  ส่วนบนสุดของหูที่พับจะอยู่เหนือ
กระโหลกศีรษะ

จมูก สีดำสนิท รูจมูกกว้างและใหญ่

คอ สะอาด ยาวปานกลาง คอจะกว้างขึ้นช่วงติดหัวไหล่ แลดูสง่างาม

อก อกลึก กว้างปานกลาง ซี่โครงขยายกว้างกำลังดี ลึกและเป็นทรงกลม

ลำตัว หลังสั้น ตรง และแข็งแรง กล้ามเนื้อไม่ย้วย ดูบึกบึนเล็กน้อย

เอว -

ขาหน้า ช่วงไหล่แบน ขาตรงใหญ่ไม่เล้กจนเกินไป กระดูดขาแข็งแรง 

ขาหลัง  ขาหลังแข็งแรง หน้าแข้งยาวและมีพละกำลัง ช่วงโค้งหน้าขาโค้งได้รูป ท่อนขาอยู่ต่ำใกล้พื้นดิน มองจากทางด้านหลัง ขาตั้งตรงขนานกัน แลดูมั่นคง

หาง หางชี้ขึ้น ตั้งสูง ดูร่าเริง ยิ่งตั้งตรงยิ่งดี

ขน   ขนนุ่ม หนาแน่น และหยักเป็นคลื่น ปกคลุมทั่วทั้งร่างกาย รวมถึงศีรษะ หู และ แก้ม แต่ดูเป็นระเบียบไม่ยุ่งเหยิง  บริเวณกระบอกปากขนยาวปกคลุมเหมือนหนวดเครา

สีขน สีขนมีเอกลักษณธเฉพาะ คือสีเทาน้ำเงินเข้ม หรือ สีน้ำเงินเงาอ่อน สีขนบริเวณปาก หู หาง และเท้า จะเข้มกว่าส่วนอื่นๆ  อาจเข้มจนเกือบดำ อย่างไรก็ตามเวลาเขาเกินมาสีขนจะเป็นสีดำ แล้วจึงค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเทาน้ำเงิน หรือสีน้ำเงินเทา


 ข้อควรจำ

     โดยทั่วไปแล้ว เคอร์รี่ บลู เทอร์เรีย เป็นสุนัขที่มีสุขภาพแข็งแรง มีอายุยืนกว่าสุนัขสายพันธุ์อื่นๆ แต่อาจมีแนวโน้มเป็นโรคประจำสายพันธุ์ได้ นั่นก็คือ ปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับดวงตา กระดูกสะโพกเคลื่อน  และอาการแพ้ที่บริเวณผิวหนัง หรือรูขุมขนบ้างเล็กน้อย นอกจากนี้ก็อาจมีอาการแพ้ยาบางชนิด ผู้เลี้ยงจึงควรสังเกตอาการเป็นพิเศษ หากให้เขากินยาอะไรก็ตามเข้าไป นอกจากนี้ควรพาเขาไปตรวจสุขภาพเป็นประจำเพื่อป้องกันโรคที่อาจจะเกิดขึ้น  


เจแปนนิส สปิตซ์ (Japanese Spitz)

เจแปนนิส สปิตซ์ (Japanese Spitz)
ตื่นตัว เรียนรู้ไว เป็นนักเตือนภัยที่ดี


 ความเป็นมา

     จริงๆแล้วมีสุนัข spitz อยู่หลายพันธุ์ เช่น Japanese spitz , Finnish Spitz ,German Spitz แต่ที่ได้รับความนิยมในบ้านเราที่สุดคือ Japanese spitz ซึ่งเป็นสุนัขที่เกิดจากการ ผสมพันธุ์ระหว่างสุนัข Siberian และ Samoyed ให้ตัวเล็กลง จะเห็นว่าหน้าตาเหมือนเจ้า Samoyed ทุกอย่าง เพียงแต่ว่าขนาดเล็กลงมาเท่านั้นเอง ในสมัยก่อนสุนัขพันธุ์นี้เป็นที่นิยมในประเทศญี่ปุ่นมาก จึงเป็นที่มาของชื่อพันธุ์



 ลักษณะนิสัย

     มีนิสัยร่าเริง ฉลาด และขี้เล่น ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา และเชื่อฟังเจ้าของ อาจจะเห่าเก่ง เพราะมันจะมีสัญชาติญาณในการเตือนภัยให้เจ้าของเมื่อมันรู้สึกว่ามีอันตราย หรือมีคนแปลกหน้าที่ไม่คุ้นเคยเข้ามาใกล้ มันจะทำตัวเป็นยามปกป้องบ้านอยู่เสมอเลย ตามปกติแล้วเป็นสุนัขที่ฝึกได้ง่ายครับ แต่เจ้าของจะต้องให้เวลากับมันและฝึกอย่างสม่ำเสมอ สุนัขพันธุ์นี้จะชอบเล่นเกม อย่างพวกขว้างของแล้วให้ไปเอากลับมานี่จะชอบมากเป็นพิเศษ โดยทั่วไปแล้วสุนัขพันธุ์นี้เป็นมิตรกับเด็ก และเข้ากันได้ดีกับสุนัขที่ถูกเลี้ยงอยู่ในบ้านเดียวกัน

 การดูแล

     การดูแลขน นี่ควรจะได้รับการแปรงหรือหวีอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่มีความจำเป็นจะต้องพาไปตัดขน ตามปกติแล้วเจ้าสปิตซ์เป็นหมาที่รักสะอาดมาก อาจจะไม่ต้องอาบน้ำบ่อยนักในหน้าผลัดขน ขนของสุนัขพันธุ์นี้จะร่วงค่อนข้างเยอะ ตามลักษณะของสุนัขพันธุ์ที่มีขนสองชั้นและเป็นสุนัขในกลุ่ม Northern Breed ทั่วไป


 ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม

     ผู้เลี้ยงต้องให้เจ้าตูบออกกำลังกายอย่างเพียงพอ เพราะเป็นสุนัขที่พลังงานค่อนข้างเยอะ ในแต่ละวันควรให้โอกาสมันได้วิ่งเล่น หรือเล่นเกมกับเขาบ้าง ก็จะลดปัญหาเรื่องการกัดทำลายข้าวของ ในบ้านลงได้ 



  มาตรฐานสายพันธุ์

ขนาด สูง 12-14 นิ้ว  น้ำหนัก 5-6 กิโล

ศรีษะ มีขนาดปานกลาง ส่วนหักบนใบหน้าระหว่างตาทั้ง 2 ข้างชัดเจน 

ฟัน ลักษณะฟันแบบขบกรรไกร

ปาก เป็นสีดำสนิท

ตา เป็นสีดำสนิท

หู เล็ก และตั้งตรง

จมูก เป็นสีดำสนิท

คอ คอได้รูป ยาวปานกลาง รับกับช่วงไหล่ เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ

อก อบกว้าง ลึก

ลำตัว ขนาดลำตัวกำลังพอดี ค่อนข้างบางเล็กน้อย ลำตัวมีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยมกระทัดรัด ขนาดความกว้างของลำตัวกับส่วนสูงค่อนข้างใกล้เคียงกัน หลังสั้นตรง

เอว -

ขาหน้า ขาหน้าตรง ขนานกันทั้ง 2 ข้าง ขาดูสั้นกว่าช่วงตัวเล็กน้อย

ขาหลัง ต้นขาเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ส่วนโค้งหน้าขา โค้งรับกับขาท่อนล่างกำลังดี ท่อนขาล่างตรง มองจากด้านหลังขนานกันทั้ง 2 ข้าง

หาง เป็นพวงและม้วนขึ้น 

ขน ขน 2 ชั้นยาวปานกลาง 

สีขน เป็นสีขาวตลอดทั้งตัว



 ข้อควรจำ

     สิ่งที่อาจจะเป็นปัญหาก็คือเรื่องการเห่า เพราะได้ชื่อว่าเป็น "หมาเล็กใจใหญ่" เป็นสุนัขที่กล้าหาญและพร้อมที่จะปกป้องเจ้าของหรือบ้านที่อาศัยตลอดเวลา จะสงสัยคนแปลกหน้าเอาไว้ก่อน  


คอลลี่ (Collie)

คอลลี่ (Collie)
ใจดี แข็งแรง คล่องแคล่ง และรักเด็ก


ลักษณะทั่วไป

     คอลลี่เป็นสุนัขที่ร่าเริง แข็งแรง กระตือรืนร้นต่อสิ่งรอบข้าง เคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วและยืดหยุ่นดี ไม่งุ่มง่าม ยืนตัวตรงและมั่นคง อกลึกและกว้างแสดงความแข็งแรง ไหล่ลาดเอียงและข้อเท้าที่โค้งพอดีแสดงความเร็วในการวิ่ง ใบหน้าของคอลลี่นั้นแสดงความฉลาดเฉลียว ลำตัวส่วนหน้าและส่วนหลังสมดุลกัน อวัยวะทุกส่วนได้สัดส่วนและประสานกันเป็นรูปร่างที่สวยงามลงตัว

 ความเป็นมา

     สุนัขคอลลี มีต้นกำเนิดจากบริเวณรอยต่อระหว่างตอนเหนือของประเทศอังกฤษ กับประเทศสกอตแลนด์โดยเกิดจากเมื่อเวลาที่ชาวโรมันเข้ามารุกรานประเทศอังกฤษ



 ลักษณะนิสัย

     สุนัขคอลลี่เป็นสุนัจที่ชาญฉลาดมาก และชอบที่จะสุงสิงกับคน เพราะฉะนั้นการฝึกสุนัขพันธุ์คอลลี่นี้ จึง ไม่ใช่เรื่องยากเลย แต่ไม่ควรอย่างยิ่ง ที่จะทิ้งให้อยู่หลังบ้านตามลำพังเพราะเขาจะรู้สึกขาดความรัก และรู้สึกถูกทอดทิ้งซึ่งจะทำให้เขาซึมเศร้าไป สุนัขพันธุ์นี้รักความสะอาดและเหมาะจะเป็นเพื่อนที่ดีกับเด็กๆ สุนัขคอลลี่ชอบอยู่ร่วมกับสุนัขตัวอื่นๆ โดยเฉพาะถ้าเป็นเพศตรงข้าม และถ้าหากผู้เลี้ยงมีสัตว์เลี้ยงตัวเล็ก ๆ ต้องเข้าใจว่าสัญชาตญาณของสุนัขเฝ้าแกะ สัตว์ตัวเล็กๆ ที่เหมือนจะชอบวิ่งหนีก็จะถูกต้อนไปยังที่ใดที่หนึ่งซึ่งเขาได้เล็งไว้

 การดูแล

     สุนัขคอลลี่มีขนยาวสวย และต้องได้รับการแปรงขนทุกอาทิตย์เพื่อให้ขนสวยงามอยู่ตลอด ถึงแม้ว่าสุนัขคอลลี่จะไม่แสดงอาการกระตือรือร้นขอให้ผู้เลี้ยงพาออกไปเดินเล่น แต่ถ้าได้ไปสุนัขจะเพลิดเพลิน และอารมณ์ดี สุนัขพันธุ์นี้มีความฉลาดและยังตั้งใจทำงานอย่างสุดความสามารถ มีพรสวรรค์ในการตามรอยและต้อนฝูงสัตว์ เพราะฉะนั้นสุนัขอาจจะอดใจไม่อยู่ เผลอไล่ต้อนสิ่งที่มาเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ๆ ตัว ผู้เลี้ยงจะต้องพยายามสอนให้สุนัขเข้าใจ ว่าไม่ควรทำพฤติกรรมแบบนั้น  


 ผู้เลี้ยงที่เหมาะสม

     สุนัขพันธุ์คอลลี่นี้เหมาะกับเกือบทุกครอบครัวและสามารถเลี้ยงได้ทุกสถานการณ์เพราะสุนัขพันธุ์นี้มีความอ่อนโยนและปรับตัวได้ง่าย      


 มาตรฐานสายพันธุ์

ขนาด  ตัวผู้วัดจากพื้นถึงไหล่ควรสูงตั้งแต่ 24 - 26 นิ้ว หนักประมาณ 60 - 75 ปอนด์ ส่วนตัวเมียควรสูง 22 - 24 นิ้ว น้ำหนักประมาณ 50 - 65 ปอนด์

ศรีษะ  หัวต้องไม่ใหญ่จนดูหนาหนัก คอลลี่ที่หัวใหญ่มักไม่ฉลาดเฉลียวและงุ่มง่าม เมื่อมองจากด้านหน้าและด้านข้างควรเห็นหัวเป็นรูปลิ่ม ใบหน้ามีขนสั้นเรียบ เส้นขอบของหัวเรียบไปตามแนวไม่เป็นปุ่มปูดโปนและอวัยวะแต่ละส่วนบนหัวได้สัดส่วนสมดุลกันดี

ฟัน ฟันและขากรรไกรแข็งแรง ลักษณะฟันเป็นแบบขบกรรไกร

ปาก ริมฝีปากดำ กระชับ ไม่ย้อย หรือห้อยตกลงมา

ตา  ดวงตาอยู่บนใบหน้าที่เป็นรูปลิ่ม เอียงลาดลงมาด้านข้างเล็กน้อยเพื่อจะได้มองเห็นได้ชัดเจน ตารีเป็นรูปเมล็ดอัลมอนด์ ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ไม่ปูดโปน สีตาเข้มและต้องไม่มีขอบสีเหลือง

หู หูได้สัดส่วนพอดีกับหัว ไม่เล็กเกินไป

จมูก รูจมูกกว้างกำลังดี จมูกควรมีสีดำ หรือสีที่เข้ากับสีขน แต่ไม่ควรเป็นสีน้ำตาล หรือสีช็อกโกแลต

คอ  คอตั้งมั่นคง ไม่อ่อนปวกเปียก เรียบ มีกล้ามเนื้อแข็งแรง กระชับ มีขนหนา คอยาวพอสมควร คอตั้งตรงแต่โค้งตรงท้ายทอยเล็กน้อย ยืนตรงคอตั้งแสดงความภาคภมิใจ และโชว์ขนรอบคอที่ยาวฟู   
      
อก อกลึก กว้าง

ลำตัว ลำตัวดูกระทัดรัด เป็นนักกีฬา ยืดหยุ่นดี อกลึก ซี่โครงขยาย มีกล้ามเนื้อแข็งแรง ยืดหยุ่น ส่วนสูงน้อยกว่าความยาวของลำตัว 

เอว -

ขาหน้า  ขาหน้าตรง แข็งแรง กระดูกไม่หนาหนักมากเกินไป ถ้าขาทั้งสองข้างอยู่ชิดกันหรือห่างกันเกินไปต้องถูกตัดคะแนน ขาหน้าควรมีเนื้อมากพอสมควร ข้อเท้ายืดหยุ่นได้ดีแต่ไม่ถึงกับอ่อนปวกเปียก

ขาหลัง  ขาหลังมีเนื้อน้อยกว่าขาหน้านิดหน่อย โคนขามีกล้ามเนื้อแข็งแรง ดูปราดเปรียว ข้อศอกโค้งงอพอดี ข้อบกพร่องของขาหลังคือสุนัขมีข้อเข่างอหุบเข้าหากัน

หาง  หางยาวพอสมควร ถ้าจับหางห้อยลงจะยาวลงมาถึงข้อเท้าหรือต่ำกว่านั้น ปกติหางจะห้อยลงโดยมีปลายงอนเล็กน้อย แต่เมื่อเวลาวิ่งหรือตื่นเต้นจะยกหางขึ้นแต่ไม่สูงขึ้นมาถึงหลัง

ขน คอลลี่ขนยาวมีขนทิ้งยาวสลวยทั่วทั้งตัว ยกเว้นที่หัวและขา ขนชั้นนอกตรงและหยาบ

สีขน  ปกตินิยมกันสี่สี ได้แก่ Sable and White, Tri-color, Blur Merle, และสีขาว ไม่มีสีไหนได้รับความนิยมมากกว่ากัน พวกที่มีสี Sable and White นั้นต้องมีสี sable เป็นพื้น แล้วมีสีขาวแซมบริเวณอก คอ ขา เท้าและปลายหาง บางตัวอาจมีแถบสีขาวพาดอยู่กลางหน้าไล่จากกะโหลก ผ่านระหว่างตามาจรดจมูก พวกที่มีสี Tri-color คือมีสีพื้นเป็นสีดำ แซมสีขาวบริเวณอก คอ ขา เท้าและปลายหาง มีเฉดสีดำบนหัวและขา พวกที่มีสี Blur Merle คือมีสีพื้นเป็นสีน้ำเงิน-เทา และ ดำ แซมสีขาวบริเวณอก คอ ขา เท้าและปลายหาง ปกติมีเฉดสีแทนบนหัวและขาเหมือนพวก Tri-colorพวกที่มีสีขาว คือมีสีพื้นเป็นสีขาว แซมด้วยสี Sable หรือ Tri-color หรือ Blur Merle ก็ได้




 ข้อควรจำ 

      โรคประจำสายพันธุ์ของคอลลี่ที่ควรระวังก็คือ อาการแพ้ยา ซึ่งพวกเขามักจะอ่อนไหวง่ายต่อยากว่า 100 ชนิด ซึ่งรวมไปถึง แอนตี้ไบโอติก และ สเตรอยด์ นอกจากนี้ยังมีโรคที่เกิดจากความผิดปกติของยีนส์ ทำให้มีขนสีเทา  (canine cyclic neutropenia gray collie syndrome) ลูกคอลลี่ที่ออกมาจะมีขนสีเทา ร่างกายไม่แข็งแรง มีไข้ ท้องร่วง มีปัญหาดวงตา และผิวหนังติดเชื้อ เป็นต้น โรคนี้สามารถติดต่อกันได้ หากพบว่าลูกคอลลี่ตัวไหนที่ออกมามีการดังกล่าว ควรแยกออกมาจากคอกโดยทันที